เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยโฉม The new S-Class รุ่นประกอบในประเทศ เคาะราคา 7.19 ล้านบาท ประกบคู่ The new Mercedes-Maybach S-Class ในราคาเริ่มต้น 9.9 ล้านบาท
6 พฤศจิกายน 2569
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดตัวสุดยอดยนตรกรรมระดับ Top-End Luxury อย่าง The new S-Class และ The new Mercedes-Maybach S-Class รุ่นปรับโฉมของปี 2569 (MY2026) มาในรูปแบบของรถยนต์ประกอบในประเทศ (CKD) สำหรับ The new S-Class มีให้เลือก 2 ขุมพลัง ได้แก่ รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ “S 350 d 4MATIC” และเครื่องยนต์เบนซินพร้อมระบบปลั๊กอินไฮบริด “S 580 e 4MATIC plug-in hybrid” ซึ่งสามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดประมาณ 100 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP โดยวางจำหน่ายในราคาเดียวกันที่ 7,190,000 บาท ในขณะที่ Mercedes-Maybach S 580 e plug-in hybrid วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 9,900,000 บาท และรุ่นตกแต่งพิเศษแบบ Optional Extra ในสีตัวถังแบบ Two-Tone วางจำหน่ายในราคา 10,900,000 บาท สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง และตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-มายบัค อย่างเป็นทางการกว่า 10 แห่ง ทั่วประเทศ
ภายในงานเอ็กซ์คลูซีฟพริวิวของรถยนต์ 2 รุ่นดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก มร. มาเทียส ไกเซิน (Mathias Geisen) คณะกรรมการบริหาร เมอร์เซเดส-เบนซ์ กรุ๊ป เอจี ฝ่ายขายและประสบการณ์ลูกค้า และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติมาร่วมงาน โดย มร. มาเทียส ไกเซิน ได้กล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อประเทศไทย ทั้งในด้านคุณค่า มรดกทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ที่โดดเด่น ซึ่งเชื่อมโยงกับสิ่งที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้ความสำคัญมาโดยตลอด และเนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ (140 Years of Innovation) ประเทศไทยก็ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของแคมเปญ “140 Years. 140 Place.” ที่เดินทางไปยัง 140 สถานที่ทั่วโลก โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คาราวาน The new S-Class ได้มาเยือนกรุงเทพฯ ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้งกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อตอกย้ำแนวคิดระดับโลกอย่าง “Welcome home. ” ซี่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสถึงยนตรกรรมที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านที่พร้อมเปิดประตูต้อนรับคุณในทุกการเดินทาง
มร. คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว The new S-Class และ The new Mercedes-Maybach S-Class ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของการร่วมเฉลิมฉลอง 140 ปีแห่งนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกที่จัดขึ้นในประเทศไทย ภายใต้คอนเซปต์ “THE ICONIC AFFAIR” โดยมีไฮไลต์สำคัญอย่าง The new S-Class ยนตรกรรมที่มอบความสะดวกสบายในระดับ First Class มาพร้อมนวัตกรรมที่ล้ำสมัยที่สุดแห่งยุค เพื่อส่งต่อประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในทุกการเดินทางการันตีด้วยรางวัลจากนิตยสารยานยนต์ระดับโลกอย่าง “2027 MotorTrend Car of the Year” โดยเราแนะนำพร้อมกัน 2 รุ่นย่อย ได้แก่ S 350 d 4MATIC และ S 580 e 4MATIC plug-in hybrid กับราคาจำหน่ายที่เท่ากันในสเปคแบบเดียวกัน ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกขุมพลังของเครื่องยนต์ได้ตามรูปแบบการขับขี่และไลฟ์สไตล์ที่เหมาะกับตัวเองที่สุด
และที่เหนือไปกว่านั้น เรายังมีสุดยอดยนตรกรรมอย่าง Mercedes-Maybach S 580 e plug-in hybrid ที่เปรียบเสมือนชิ้นงานระดับ Masterpiece ที่พาเราก้าวสู่อีกมิติของความหรูหราและความสะดวกสบายขั้นสุด โดยมีให้เลือกทั้งรุ่น Standard กับสีตัวถังแบบ Single Tone และรุ่นตกแต่งพิเศษแบบ Optional Extra ที่มาพร้อมสีตัวถังแบบ Two-Tone โดยยนตรกรรมทั้งสองรุ่นที่เปิดตัวในวันนี้ เป็นรุ่นที่ประกอบในประเทศไทย ผ่านความร่วมมือกับบริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด แสดงให้เห็นถึงคำมั่นสัญญาของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่จะมุ่งมั่นและเดินหน้าทำธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง”
The new S-Class: Refined in every detail
รถยนต์ระดับแฟลกชิปของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ในกลุ่ม Luxury Sedan ด้วยการผสานดีไซน์อันสง่างาม ความประณีตในทุกรายละเอียด เทคโนโลยีอัจฉริยะในเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด และความสะดวกสบายระดับ First-Class โดยมาพร้อมตัวเลือกขุมพลัง 2 รูปแบบ ได้แก่ S 350 d 4MATIC กับเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร เทอร์โบ ในรหัส OM656M EVO พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Twin-scroll turbocharger และระบบ ISG2 48V ให้กำลังสูงสุด 313 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 5.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. พร้อมติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ 4MATIC
สำหรับ S 580 e 4MATIC plug-in hybrid ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร ในรหัส M256M EVO พร้อมระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริด ให้กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบที่ 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ 4MATIC มาพร้อมแบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 21.96 kWh สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลสูงสุดประมาณ 100 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 11 kW จาก 0–100% ภายใน 2 ชั่วโมง 15 นาที และรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 60 kW จาก 10-80% ภายใน 20 นาที
The new Mercedes-Maybach S-Class: True class runs deep
รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นปรับโฉมจากแบรนด์เมอร์เซเดส-มายบัค ที่ถ่ายทอดความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์และสะท้อนรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของ ผ่านงานออกแบบที่ประณีตในทุกรายละเอียด ผสานความล้ำสมัยแห่งยุคด้วยระบบปฏิบัติการ MB.OS (Mercedes-Benz Operating System)
ซึ่งนำเอาเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ภายใต้ระบบ MBUX Virtual Assistant ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างชาญฉลาดและเป็นธรรมชาติ
Mercedes-Maybach S 580 e plug-in hybrid มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบที่ 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 4.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC มาพร้อมแบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 21.96 kWh รองรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดประมาณ 100 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP รองรับการชาร์จ AC สูงสุด 11 kW จาก 0–100% ภายใน 2 ชั่วโมง 15 นาที และรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 60 kW จาก 10-80% ภายใน 20 นาที
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง และตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-มายบัค อย่างเป็นทางการกว่า 10 แห่ง ทั่วประเทศ
