เปิดตัว RANGE ROVER ELECTRIC : นิยามใหม่แห่ง SUV หรูระดับตำนาน

2 กันยายน 2026

โซลิฮัลล์, สหราชอาณาจักร

Range Rover Electric เปิดศักราชใหม่เอสยูวีหรู ขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% ลุยได้ทุกสภาพภูมิประเทศ พร้อมเปิดรับจองในไทยแล้ววันนี้

Range Rover ประกาศเปิดตัว Range Rover Electric เอสยูวีหรูพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการ ยกระดับมาตรฐานใหม่แห่งยนตรกรรมระดับพรีเมียมด้วยการผสานความประณีต สมรรถนะอันทรงพลัง และขีดความสามารถในการขับขี่ข้ามผ่านทุกสภาพภูมิประเทศอย่างไม่ประนีประนอม พร้อมเปิดรับคำสั่งซื้อแล้วทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย โดยคาดว่าจะพร้อมส่งมอบรถแก่ลูกค้าได้ในช่วงต้นปี 2027

พลิกโฉมตำนานสู่พลังงานไฟฟ้าบริสุทธิ์

Range Rover Electric ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์กว่า 5 ทศวรรษของแบรนด์ โดยได้รับการผลิตขึ้น ณ โรงงานโซลิฮัลล์ (Solihull) ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของ Range Rover มาตั้งแต่ปี 1970

มาร์ติน ลิมเพิร์ต (Martin Limpert) กรรมการผู้จัดการ Range Rover กล่าวว่า Range Rover Electric คือผลลัพธ์จากทศวรรษแห่งการพัฒนาด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเอสยูวีหรูต้นแบบ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้านอกจากจะไม่ลดทอนตัวตนของแบรนด์แล้ว ยังสอดคล้องกับความประณีตระดับสูง ช่วยลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร และสร้างบรรยากาศที่สงบเงียบเสมือนพื้นที่ส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารอย่างแท้จริง

ขณะที่ แมตต์ เบกเกอร์ (Matt Becker) ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ JLR ย้ำว่า หัวใจสำคัญของ Range Rover Electric คือความสามารถในการขับขี่บนทุกพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางวิบาก สภาพความยึดเกาะต่ำ หรือการทำความเร็วบนทางเรียบ ตัวรถยังคงมอบความนุ่มนวล มั่นคง และสร้างความมั่นใจในการควบคุมสูงสุดแก่ผู้ขับขี่
 

สมรรถนะระดับแถวหน้า ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์คู่ 550 แรงม้า

ตัวรถถูกพัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรมยานยนต์ยืดหยุ่นที่ออกแบบรองรับระบบไฟฟ้ามาตั้งแต่ต้น ติดตั้งระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแม่เหล็กถาวรคู่ (Dual Permanent Magnet Electric Motors) ขนาด 260 kW ให้กำลังสูงสุด 550 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นแรงบิดที่สูงที่สุดเท่าที่ Range Rover เคยมีมา
  • อัตราเร่ง: สามารถทำความเร็วจาก 0–100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และมีอัตราเร่งแซงช่วง 80–121 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 2.7 วินาที (ในรุ่นฐานล้อมาตรฐาน)
  • แบตเตอรี่: ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบซ้อนสองชั้น (Double-deck) ความจุใช้งาน 118.5 kWh ประกอบด้วยเซลล์ปริซึม 344 เซลล์ บนสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 โวลต์
  • ระยะทางขับขี่: สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุดประมาณ 600 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP และรองรับการใช้งานจริงได้สูงสุดถึง 535 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง
  • ระบบชาร์จไว: รองรับการชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging) สูงสุด 350 kW สามารถชาร์จพลังงานจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 22 นาที หรือชาร์จเพียง 10 นาที เพื่อเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ถึง 220 กิโลเมตร

นวัตกรรมระบบขับเคลื่อนและเทคโนโลยีลุยทางวิบาก

Range Rover Electric มาพร้อมเทคโนโลยีการจัดสรรพลังงานและการยึดเกาะถนนระดับสูง เพื่อรักษาขีดความสามารถการลุยทางชันและทางขรุขระอันเป็นเอกลักษณ์:

  1. Intelligent Driveline Dynamics (IDD): ระบบกระจายแรงบิดไปยังล้อหลังได้ตั้งแต่ 0% ถึง 100% แบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันการสูญเสียการยึดเกาะในทุกสภาพถนน
  2. Integrated Traction Management (ITM): ระบบบริหารจัดการแรงฉุดลากที่ควบคุมความเร็วของมอเตอร์ภายใน 50 มิลลิวินาที ซึ่งตอบสนองและจัดการการลื่นไถลได้เร็วกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) ถึง 100 เท่า
  3. Single Pedal Mode: โหมดการขับขี่แบบคันเร่งเดียวที่ทำงานร่วมกับระบบ ITM ช่วยให้ออกตัวบนทางลาดชันสูงสุด 33 องศา (เทียบเท่าความชันของลานสกีระดับ Black Diamond) ได้อย่างนุ่มนวล และสามารถไต่ทางลาดชันได้สูงสุดถึง 45 องศาหากมีแรงส่ง
  4. ThermAssist™: ระบบจัดการความร้อนอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มระยะทางขับขี่ เพิ่มความเร็วในการชาร์จ และยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่แม้ในอุณหภูมิสุดขั้ว (-40°C ถึง +90°C) ช่วยเพิ่มระยะทางขับขี่ได้สูงสุดอีก 40 กิโลเมตร และลดการใช้พลังงานระบบทำความร้อนลง 40%

ผ่านการทดสอบสุดขั้วกว่า 1.5 ล้านกิโลเมตร

เพื่อยืนยันความทนทานและความปลอดภัยสูงสุด JLR ได้นำ Range Rover Electric ผ่านการทดสอบทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนจริงรวมระยะทางกว่า 1.5 ล้านกิโลเมตร และมากกว่า 250,000 ชั่วโมง ครอบคลุมสภาวะอากาศสุดขั้ว ตั้งแต่ความเย็นระดับ -40°C ที่เมืองอาร์เยพล็อก ประเทศสวีเดน ไปจนถึงความร้อนสูงกลางทะเลทรายในดูไบ รวมถึงสนามทดสอบ Eastnor Castle ในสหราชอาณาจักร

นอกจากนี้ JLR ยังได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการทดสอบแบตเตอรี่แห่งใหม่ เพื่อทดสอบแรงสั่นสะเทือนหลายแกนและแรงกระแทกรุนแรง ตัวแพ็กแบตเตอรี่ถูกปกป้องด้วยโครงสร้างอะลูมิเนียมความแข็งแรงสูง และมีระบบ Battery Digital Twin ที่คอยตรวจวัดจุดข้อมูลวินิจฉัยมากกว่า 900 รายการ ทำงานร่วมกับระบบอัปเดตซอฟต์แวร์ไร้สาย (Software Over the Air - SOTA) เพื่อประเมินและดูแลสุขภาพของรถล่วงหน้า โดยตัวรถมาพร้อมการรับประกันระบบขับเคลื่อนยาวนาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

ทั้งนี้ โครงการพัฒนารถยนต์รุ่นนี้นำไปสู่การยื่นขอจดสิทธิบัตรใหม่มากกว่า 300 รายการ นับเป็นสถิติสูงสุดสำหรับรถยนต์รุ่นเดียวในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ Range Rover
 

ยกระดับสายการผลิตสีเขียว ณ โรงงานโซลิฮัลล์

การผลิต Range Rover Electric เกิดขึ้นจากการปฏิรูปกระบวนการผลิตครั้งใหญ่ของ JLR โดยมีการยกระดับทักษะแรงงานด้านยานยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 9,000 คนในโรงงานโซลิฮัลล์ และอีก 1,500 คนในภูมิภาคเวสต์มิดแลนด์ส

ขณะเดียวกัน โรงงาน Electric Propulsion Manufacturing Centre ในเมืองวูล์ฟแฮมป์ตัน ได้รับการขยายพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร เพิ่มสายการผลิตแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า 13 สาย เชื่อมต่อด้วยระบบสายพานยาว 9 กิโลเมตร พร้อมนำเทคโนโลยีกล้องสแกนตรวจจับด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ตรวจสอบคุณภาพชิ้นส่วนทุกชิ้นเพื่อความสมบูรณ์แบบสูงสุด

ไนเจล เบลนคินซอป (Nigel Blenkinsop) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ JLR ระบุว่า การผลิตรุ่นไฟฟ้านี้ไม่เพียงยกระดับเทคโนโลยีของแบรนด์ แต่ยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล โดยงบประมาณจัดซื้อวัตถุดิบและซัพพลายเออร์มากกว่า 2 ใน 3 ถูกกระจายไปยังธุรกิจในสหราชอาณาจักรและยุโรป
 

ไลน์อัปการจำหน่าย และการทำตลาดในประเทศไทย

Range Rover Electric พร้อมตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าระดับบน ด้วยตัวเลือกตัวถังทั้งรุ่น ฐานล้อมาตรฐาน (SWB) และ ฐานล้อยาว (LWB) จัดเต็มในรุ่นย่อยระดับท็อป ได้แก่:
  • Autobiography
  • SV, SV Ultra และ SV Black
  • First Edition: รุ่นพิเศษเปิดตัว คัดสรรรายละเอียดเฉพาะตัว มีให้เลือกในโทนสีตัวถัง Belgravia Green, Santorini Black และ Varesine Blue ตกแต่งห้องโดยสารด้วยวัสดุ Light Cloud Ultrafabrics™ PU และผ้า Kvadrat™
  • Range Rover Bespoke: บริการสั่งตัดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ต้องการคัสตอมสี พื้นผิว วัสดุ และรายละเอียดงานปักเฉพาะบุคคล

สำหรับตลาดประเทศไทย บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์แลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว ได้ประกาศเปิดรับคำสั่งซื้อ (Pre-order) สำหรับ Range Rover Electric แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยรายละเอียดของรุ่นย่อยที่จะนำเข้ามาจำหน่ายรวมถึงราคาอย่างเป็นทางการจะมีการประกาศให้ทราบในลำดับถัดไป และคาดว่าการส่งมอบรถล็อตแรกจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นปี 2027

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการ หรือผ่านทางเว็บไซต์ www.landrover.co.th และหมายเลขโทรศัพท์ 02-666-7500
 

 

Visitors: 1,819,199