ฟอร์ดชู ‘Rapid Hub’ เครือข่ายวิศวกรภาคสนาม 10 แห่งทั่วไทย ยกระดับบริการหลังการขาย ส่งมอบรถคืนลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
.jpg)
11 มิถุนายน 2569
ความเชื่อมั่นในแบรนด์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในวันที่ลูกค้าซื้อรถ แต่วัดกันที่บริการหลังการขาย ฟอร์ด ประเทศไทย จึงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมบริการลูกค้ามาโดยตลอด โดยหนึ่งในกลไกสำคัญคือ Rapid Hubเครือข่ายสนับสนุนเชิงรุกที่ช่วยให้ผู้จำหน่ายและทีมวิศวกรสามารถแก้ไขเคสที่ซับซ้อนได้รวดเร็วขึ้น ช่วยลดระยะเวลาที่รถจอดซ่อมหรือ VOR (Vehicle Off Road) เหลือเพียง 4 วัน[1] และส่งมอบรถกลับคืนสู่มือลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น
.jpg)
จาก 'ตั้งรับ' สู่การทำงาน 'เชิงรุก' อย่างไร้รอยต่อ
Rapid Hub เปิดตัวครั้งแรกในปี 2565 ด้วยเป้าหมายสำคัญในการปรับวิธีทำงานของฟอร์ดจากการรอรับปัญหาไปสู่การเข้าดูแลลูกค้าเชิงรุกทันทีเมื่อมีการเปิดงานซ่อมในระบบ แม้แนวคิดนี้จะดูเรียบง่าย แต่ในทางปฏิบัติ ต้องอาศัยความร่วมมือและการประสานงานระหว่างหลายทีมอย่างแนบแน่น เพื่อให้ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด ปัญหาความล่าช้าในการดูแลรถหลายครั้งไม่ได้เกิดจากความซับซ้อนของอาการรถเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการส่งต่อข้อมูลที่ไม่เชื่อมโยงอย่างทันท่วงที Rapid Hub จึงถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมทุกทีมให้เห็นสถานะของเคสพร้อมกันตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะเคสเร่งด่วนที่ต้องการการสนับสนุนอย่างทันท่วงที
.jpg)
โครงการนี้ เชื่อมการทำงานของ 3 ทีมหลัก ได้แก่ ทีมลูกค้าสัมพันธ์ ทีมวิศวกรเทคนิคภาคสนาม และผู้จัดการงานขายของแต่ละเขต เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบทำให้การติดตามเคสมีความต่อเนื่อง ตั้งแต่ศูนย์บริการวิเคราะห์อาการรถ ช่างเทคนิคจะประสานข้อมูลกลับมายังทีมลูกค้าสัมพันธ์ในทันที ก่อนที่ทีมลูกค้าสัมพันธ์จะประเมินระยะเวลาและแจ้งลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการ เพิ่มความมั่นใจและลดความกังวลระหว่างรอรับรถ สำหรับเคสที่ไม่สามารถส่งมอบได้ภายในหนึ่งวัน ระบบจะยกระดับเป็นเคส ‘VOR 1 วัน’ ทันที และส่งทีมวิศวกรเทคนิคภาคสนามเข้าช่วยสนับสนุนเชิงรุกโดยทันที เช่น เคสที่มีไฟเตือนบนหน้าจอไม่แนะนำให้ขับต่อ การเข้าดูแลอย่างรวดเร็วไม่เพียงช่วยป้องกันปัญหาลุกลาม แต่ยังช่วยดูแลความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ
.jpg)
Rapid Hub ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายวิศวกรภาคสนามที่ผ่านการรับรองความเชี่ยวชาญระดับสูง (Master Certified) จำนวน 10 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพและจังหวัดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยทีมวิศวกรภาคสนามต้องเดินทางถึงผู้จำหน่ายภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อช่วยเร่งการดูแลเคสที่ซับซ้อน จนสามารถมีดัชนี ‘การซ่อมเสร็จตั้งแต่ครั้งแรก’ สูงถึง 96%1 ขณะเดียวกัน ทีมงานยังลงพื้นที่ตรวจประเมินมาตรฐานช่างและความพร้อมของเครื่องมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ศูนย์บริการทุกแห่งพร้อมดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.jpg)
เทคโนโลยีและทีมงานเบื้องหลังความรวดเร็ว
เพราะบางเคสต้องการการวิเคราะห์ขั้นสูง ฟอร์ดจึงนำเทคโนโลยีแว่นตาช่วยเหลืองานซ่อมระยะไกลมาใช้เพื่อให้ช่างเทคนิคที่ศูนย์บริการสามารถสื่อสารกับวิศวกรส่วนกลางแบบเห็นภาพหน้างานได้แบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และลดเวลาการเดินทางในการสนับสนุน ขณะเดียวกัน หากรถยังไม่สามารถส่งมอบให้ลูกค้าได้ภายในหนึ่งวัน ฟอร์ดยังมีบริการรถสำรองเพื่อช่วยให้ลูกค้ายังคงเดินทางได้อย่างไม่สะดุด[2]
.jpg)
เบื้องหลัง Rapid Hub คือมาตรฐานการดูแลที่แข็งแกร่งของศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ ด้วยช่องซ่อมรวมกว่า 1,248 ช่อง และปริมาณใบสั่งซ่อมราว 400,000 ใบต่อปี ฟอร์ดจึงให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรช่าง เทคโนโลยี และกระบวนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการส่งมอบบริการที่รวดเร็วและมีมาตรฐานในทุกพื้นที่
.jpg)
ความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าทุกคนเสมือนคนในครอบครัว
Rapid Hub จึงไม่ใช่เพียงโครงการที่ทำให้งานซ่อมเร็วขึ้น แต่คือการตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพราะสำหรับฟอร์ดแล้ว การให้บริการหลังการขายไม่ใช่แค่การแก้ปัญหา แต่คือการส่งมอบความมั่นใจ และทำให้ลูกค้าได้รับการดูแลเสมือนคนในครอบครัวเสมอ
.jpg)
[1]ข้อมูล ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2569
[2]ขึ้นอยู่กับเคสการดูแลรักษา สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์บริการฟอร์ดที่เข้ารับบริการ
