ทดสอบ Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamic พรีเมี่ยม เอสยูวี สุดหรู ที่ขับสนุกเหมือนรถสปอร์ตบนเส้นทางภูเก็ต-กระบี่

 

         เมื่อเร็ว ๆ นี้ Autoindy ได้เดินทางไปร่วมทริป CSR ของ เมอร์เซเดส-เบนส์ (ประเทศไทย) บนเส้นทางภูเก็ต-พังงา-กระบี่ ซึ่งในงานนี้นอกเหนือจากการเข้าร่วมกิจกรรมที่เพื่อสังคมที่โรงเรียนเยาววิทย์ จังหวัดพังงาแล้ว ทางบริษัทฯ ก็จัดเซอร์ไพรส์ให้กับผู้สื่อข่าวที่มาเข้าร่วมกิจกรรมด้วยการเตรียมรถพรีเมี่ยม เอสยูวีรุ่นใหม่ของค่าย คือ Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamic มาให้ทดสอบกันแบบไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้พวกเรากลายเป็นผู้สื่อข่าวกลุ่มแรก ๆ ที่ได้ทำการทดสอบรถรุ่นนี้ในประเทศไทย

          ก่อนจะเล่าให้ฟังถึงฟิลลิ่งการขับขี่ในภาคการทดสอบ ผมขอเล่าให้ฟังถึงสเปกของรถรุ่นนี้กันก่อนนะครับ เผื่อเพื่อน ๆ บางคนอาจจะยังไม่ทราบ

          The New GLC หรือ Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamic เป็นรถเอนกประสงค์ ในสไตล์เอสยูวีเจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของค่าย ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งแม้ว่าในช่วงหลัง ๆ มานี้กระแสรถยนต์ไฟฟ้าจะมาแรงแบบสุด ๆ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าไลฟ์สไตล์ของหลาย ๆ คนคงไม่ได้เหมาะกับการใช้รถไฟฟ้า 100% ดังนั้น ขุมพลังปลั๊ก-อิน ไฮบริด จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ

          Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamic เปิดตัวมาในรุ่นปลั๊ก-อินไฮบริด โดยขุมพลังที่เรียกมาจับคู่กันคือเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบฯ แบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ และมอเตอร์ไฟฟ้า Permanently Excited Synchronous Machine ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกันสามารถเรียกแรงม้ามาได้ถึง 313 แรงม้า และให้แรงบิดได้ถึง 550 นิวตัน-เมตร ส่วนสำหรับในภาคพลังงานไฟฟ้าเพียว ๆ นั้น Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamic สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าไปได้ระยะทางถึง 120 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP ด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 31.2 kWh

          ตามสเปก สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 - 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยเวลาเพียง 6.7 วินาที และมีความสูงสุด 218 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full Time พร้อมโหมด Off-Road ไว้ลุยด้วย

          สำหรับรูปโฉม ทั้งภายนอกและภายในของ Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamic  นั้นมาพร้อมกับ AMG Package ตามรหัสที่พ่วงท้ายมาด้วย ดังนั้นภายนอกของรถ The New GLC จึงถูกเสริมไว้ด้วยชุดแต่งรอบคันสไตล์สปอร์ต AMG ที่ช่วยเสริมความดุดัน แข็งแกร่ง รับกับดีไซน์ของตัวรถที่เชื่อมชุดไฟหน้าต่อเนื่องกับกระจังหน้าใหม่ Star Pattern ที่ช่วยให้รถดูกว้างขวางมากขึ้น พร้อมเสริมกันชนหน้าดีไซน์แบบ A-Shape และราวหลังคาอลูมิเนียม บันไดข้างสแตนเลส ที่ดีไซน์ให้เล็กเรียวลงกว่ารุ่นเดิมเพิ่มความสปอร์ตให้มากขึ้น ส่วนไฟท้ายเสริมสไตล์ให้ดู Off Road มากขึ้นด้วยชุดไฟท้ายที่แบ่งสัดส่วนให้ดูมีมิติมากขึ้น ซุ้มล้อดีไซน์ให้ดูกว้าง รับกับล้ออัลลอยด์ AMG 5 Twin Spoke ขนาด 20 นิ้ว

 

          ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamic ถูกดีไซน์ใหม่ ให้ทันสมัย และเพิ่มความสปอร์ตให้มากขึ้น พร้อมด้วยการตกแต่งด้วยชุดแต่ง AMG Package เบาะหนังคู่หน้าแบบ Sport ปรับ 10 ทิศทาง พร้อม Memory 3 ตำแหน่ง และระบบดันหลัง 4 ทิศทาง คอนโซลกลางเลือกใช้วัสดุสีดำเงาแบบ High Gloss ผสมกับขอบคิ้วโลหะ เพื่อเสริมความหรูหรา ในส่วนของแผงประตู และคอนโซลหน้าเป็นหุ้มด้วยหนัง พร้อมตกแต่งลวดลาย Nappa และพวงมาลัยมัลลติฟังก์ชั่น ที่หุ้มด้วยหนัง Nappa เช่นกัน นอกจากนั้นยังมีหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC ระบบฟอกอากาศแบบ ENERGIZING AIR CONTROL ระบบตรวจวัดระดับฝุ่นละออง PM 2.5 ระบบไฟ Premium Ambien Lightion ปรับได้ 64 เฉดสี และระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบ Wireless charging

          Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamicมีระบบแผนที่นำทางแบบ Hard-disc navigation แสดงผลแบบ 3 มิติ พร้อมระบบ MBUX Augmented Reality ที่ผสานเทคโนโลยี AR แสดงภาพสัญลักษณ์การนำทางบน Navigation display ที่แสดงภาพถนนจริง ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการนำทางมากยิ่งขึ้น

          หน้าจอของ Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamic ทันสมัย ใช้งานได้ง่าย เสียงดี ดีไซน์แบบ Digital Cockpit  โดยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่เป็นแบบ Digital Instrument Cluster ขนาด 12.3 นิ้ว และจอกลางความละเอียดสูง แบบสัมผัส ขนาด 11.9 นิ้ว ที่ทำงานด้วยระบบ MBUX7 ที่มีระบบ AI ในตัว ที่จะช่วยจดจำ และปรับการใช้งานให้เหมาะสมกับผู้ขับแต่ละคน และเสริมไฮไลต์ให้เด็ดขึ้นไปอีก สำหรับนักขับที่ชื่นชอบการดูหนัง ฟังเพลงด้วยระบบเสียงดี ๆ ด้วยระบบเสียงรอบทิศทาง Burmaster 3D Surround Sound System ที่ทำงานผสานกับลำโพง 15 ตำแหน่ง และระบบ Dolby Atmos

           The New GLC รุ่นใหม่นี้ ยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อกับโลกอินเตอร์เน็ตแบบอัจฉริยะ Mercedes me Connect ที่รองรับการสั่งงาน 27 ภาษา มีระบบ Fingerprint Scanner สำหรับยืนยันผู้ใช้งานในตำแหน่งผู้ขับขี่ผ่าน Mercedes me PIN บนโทรศัพท์มือถือ

          สำหรับระบบความปลอดภัย Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamic ก็จัดมาให้แบบครบถ้วน เต็มระบบ เช่น ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE, ไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light), ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST), ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) พร้อมระบบแจ้งเตือนก่อนออกจากรถแบบ exit warning, ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ, ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร และ ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (Tyre pressure loss warning system) ฯลฯ

 

การทดสอบ

          ในการทดสอบ Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamicนั้น เราวิ่งกันบนเส้นทางจากจังหวัดภูเก็ต มุ่งหน้าสู่จังหวัดกระบี่รวมระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร แรกเมื่อเข้าไปนั่งในตำแหน่งผู้ขับขี่ในห้องโดยสาร ก็พบว่ารถรุ่นนี้ถูกดีไซน์มาให้หมด เมื่อปรับที่นั่งจนลงตัวแล้ว ก็พบว่าตำแหน่งของจอดิจิตอลทั้งหมดที่ดีไซน์มาแบบ Digital Cockpit นั้น ถูกออกแบบ วางตำแหน่งมาแบบลงตัว สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายไม่ว่าจะการสัมพัสหน้าจอโดยตรงหรือใช้งานผ่านสวิตช์บนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น

           ในการขับขี่ช่วงแรก ซึ่งเมื่อกดปุ่มสตาร์ทรถ ระบบรถจะเลือกใช้เป็นโหมดขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า หรือโหมด EL เป็นหลัก ซึ่งก็ตามสไตล์รถไฟฟ้าแหละครับ การออกตัวจี๊ดจ๊าด อัตราเร่งดี เร่งแซงสบายใจถ้าอยู่ในช่วงความเร็วไม่เกิน 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามที่กำหนดไว้ และในช่วงความเร็วสูงใกล้ลิมิต คันเร่งก็ดูจะหนืด ๆ หน่อย คล้ายจะคอยเตือนไม่ให้ผู้ขับขี่ขับเร็วเกินไปจนรถต้องสลับไปเป็นโหมด H หรือ โหมด Hybrid ซึ่งมีการใช้เครื่องยนต์มาทำงานร่วมด้วย

           โดยระหว่างการขับขี่ ก็มีการสลับโหมดไป-มา ทั้ง H : Hybrid และ B : Hold Battery ซึ่งทุกโหมดก็ตอบสนองได้ดี สามารถใช้งานได้ขับขี่เดินทาง เร่งแซงได้เพียงพอ และเมื่อเปลี่ยนโหมดเป็นโหมด Sport การขับขี่ก็มันขึ้นแบบเห็นได้ชัดเจน อัตราเร่งดี ขับสนุกขึ้น เพราะทั้งแรงม้า และแรงบิดเพิ่มขึ้นจนเต็มพิกัดตามสเปกคือ 313 แรงม้า และแรงบิด 550 นิวตัน-เมตร

            อีกจุดที่สังเกตได้คือ ระบบเกียร์ 9G-TRONIC สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น และต่อเนื่อง การเปลี่ยนเกียร์ทำได้อย่างรวดเร็ว และแทบไม่รู้สีกถึงความกระตุกในช่วงต่อเกียร์เลย ซึ่งบนเส้นทางที่เราวิ่ง มีหลายช่วงที่เป็นทางเขา มีโค้ง มีเนินให้เล่นอยู่มากมาย การยกคันเร่ง การเติมคันเร่ง ก็เป็นไปแบบเนียน ๆ ต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ หรือการกระชากให้เสียอารมณ์

            และบนเส้นทางแบบนี้ช่วงล่าง แบบ Comfort Suspension ที่ด้านหลังเป็นแบบถุงลมนั้น นอกจากความนุ่มนวลแล้ว ก็ยังแสดงความสามารถในการเกาะถนนมาได้แบบน่าทึ่ง เพราะสำหรับรถที่มีบอดี้ค่อนข้างสูงในสไตล์เอสยูวีเช่นนี้ แต่สามารถยึดเกาะถนน สามารถเข้าโค้งแรง ๆ ได้โดยที่แทบไม่มีอาการโยนตัวของบอดี้ ทำให้สามารถมั่นใจในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่

            นอกจากนี้สำหรับการขับขี่แบบออฟโรด Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamic ก็มาพร้อมกับการแสดงผลหน้าจอแบบ Transparent Bonnet ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นภาพจริงของจุดอับสายตาบริเวณใต้ท้องรถช่วงหน้า ทำให้สามารถวางตำแหน่งล้อ เพื่อขับขี่บนเส้นทางวิบากได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีกล้อง 360 องศารอบคันยิ่งทำให้สามารถลุยทางออฟโรดได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

            นอกจากนี้ Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamic ยังติดตั้งระบบไฟหน้าที่เสริมไว้ด้วยเทคโนโลยี Digital Light และ Ultar Rang Highbeam ที่สามารถส่องได้ไกลถึง 650 เมตร พร้อมระบบ Adaptive Highbeam Assist Plus หรือระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ และระบบ Cornering Light หรือระบบปรับไฟหน้าตามองศาการเลี้ยวรถอีกด้วย

           ส่วนในเรื่องระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos นั้นก็เสียงดีสมที่เป็นไฮไลต์ เนื้อเสียงซึ่งฟังเปรียบเทียบกับไฟล์ปกติ จะพบว่ามีความชัดเจน และมีความอิ่มของเนื้อเสียงมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่สำหรับผู้ที่ใช้โทรศัพท์แอนดรอยด์ ก็แอบจะใช้งานยาก ๆ หน่อย เพราะต้องหาไฟล์เพลงที่มิกซ์มาด้วยระบบ Dolby Atmos เองผ่าน App เล่นเพลงเช่น Spotify ไม่สามารถ เล่นผ่าน Apple Music ได้เหมือนสาวก Apple แต่ไม่ว่าค่ายไหนก็ต้องเชื่อมต่อกับรถผ่าน Bluetooth เท่านั้นจึงจะเล่นไฟล์เสียง Dolby Atmos ได้

           ถ้าจะให้สรุป หากไม่นับความประหยัดที่ได้จากระบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ช่วยเซฟค่าน้ำมันไปพอสมควรแล้ว รถ Mercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamic คันนี้ คือรถเอสยูวีหรู ที่มีระบบอำนวยความสะดวกครบครัน มีตัวช่วยในพาร์ทของออฟโรดมากมาย และที่สำคัญ เป็นรถที่ขับสนุกมาก ๆ อีกคันหนึ่ง ทั้งในเรื่องของอัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจ เกียร์ที่สมูทต่อเนื่อง รวมทั้งช่วงล่างหนึบ ๆ ที่ช่วยเสริมความมั่นใจในการขับขี่ได้มาก ๆ ซึ่งสนนราคาค่าตัว 4.18 ล้านบาท ถือเป็นมูลค่าที่คุ้มมาก ๆ ซึ่งหากคุณเป็นคนที่กำลังมองหารถเอสยูวีไว้ใช้งานสักคัน The New GLC คันนี้ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน

 

เรื่อง: สุภรณ์ ถาวรนิธิ

ขอบคุณข้อมูล: เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)

Visitors: 951,164