ทดสอบ New Nissan Terra แบบ New Normal รถเอนกประสงค์รุ่นล่า..ที่ปรับโฉม Big Minor Change แบบก้าวกระโดด

21 สิงหาคม 2564

            ย้อนหลังไปประมาณ 10 วันที่ผ่านมา..รถเอนกประสงค์รุ่นใหม่ “New Nissan Terra” ที่ผ่านการปรับแต่งเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในแบบ Big Minor Change ถูกขับมาส่งที่บ้านของผม เพื่อใช้สำหรับการทดสอบในรูปแบบใหม่ รูปแบบของ “New Normal” เพื่อให้เหมาะสมกับในยุคที่ “Covid19” กำลังแพร่ระบาดไปทั่ว

            หลังจากที่เจ้าหน้าที่ประจำรถที่ยกทีมมาอธิบายข้อมูล พร้อมกับทำความสะอาดพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อภายในรถก่อนที่จะส่งมอบให้ทีมงาน Autoindy นำรถไปทดสอบแบบ One Day Trip แล้วส่งคืนให้เจ้าหน้าที่ซึ่งจะมารอรับในช่วงเย็น

 

ภายนอกปรับโฉมหล่อขึ้น เฉี่ยวขึ้น

          เมื่อแรกก่อนที่จะออกตัวทดสอบ เราก็มาเดินวนชมโฉมของรถคันนี้กันก่อน New Nissan Terra มาพร้อมกับชิ้นส่วนภายนอกรอบคันที่ถูกปรับเปลี่ยนโฉมไปเกือบจะทั้งหมด เริ่มต้นที่กระจังหน้าใหม่ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม พร้อมเส้นโครเมียมแนวนอนช่วยเพิ่มความหรูหรา แนวเส้นรับกับฝากระโปรงดีไซน์ใหม่ ส่วนไฟหน้าถูกดีไซน์ใหม่ให้ดูเพรียวบางทันสมัยมากพร้อมติดตั้งไฟ Daytime Running Light ช่วยเพิ่มความโดดเด่น ภายในโคมเป็นไฟแบบ Quad LED 4 ดวง ที่ให้สว่างกว่าเดิมถึง 34% ต่ำลงไปที่ด้านล่างของกันชนเป็นไฟตัดหมอก LED

            เดินวนมาด้านท้ายก็พบว่า New Nissan Terra ถูกออกแบบมาแบบยกแผง เริ่มต้นจากฝาท้ายที่เพิ่มความหรูหราด้วยการใช้วัสดุโครเมียมและชิ้นส่วนสีเงินเข้ามาตกแต่งในหลายๆ ส่วน พร้อมกับลดความสูง และเพิ่มความกว้างของไฟท้ายให้มากขึ้น ภายในติดตั้งไฟ LED แบบ Light Guide เส้นคู่ พร้อมไฟเบรกแบบ LED

             ด้านข้างเปลี่ยนล้ออัลลอยด์เป็นลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว แบบ 6 ก้านสีทูโทนปัดเงา สไตล์สปอร์ต   ที่ช่วยเพิ่มความโฉบเฉี่ยวของตัวรถให้เด่นชัดยิ่งขึ้น       

            

ภายในใหม่ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดการใช้งาน

             ดูภายนอกกันเสร็จก็กระโดดขึ้นรถ ภายในของ New Nissan Terra มาพร้อมกับสีภายใน 2 แบบคือสีดำแลสีเบจ ซึ่งคันที่รถได้รับมาทดสอบเป็นรถสีขาวที่ภายในเป็นสีเบจครับ เมื่อเข้ามานั่งภายในก็พบว่า New Nissan Terra ยังคงเอกลักษณ์ของรถที่นั่งได้สบาย ด้วยเบาะไฟฟ้าที่ออกแบบมาให้โอบกระชับรับกับสรีระของชายร่างใหญ่สูงเกิน 180 อย่างผมได้แบบสบาย ๆ และที่ชอบมากก็คือมีเบาะปรับหนุนหลังที่ช่วยให้นั่งสบายมากขึ้น ขับทางยาว ๆ ก็ไม่เมื่อยล้า

            เมื่อเข้ามานั่งพินิจ พิจารณาอยู่พักหนึ่งก็พบว่าภายในของรถรุ่นใหม่คันนี้ มีการปรับโฉมมาใหม่เกือบหมด เริ่มต้นด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรง D-Shape ที่ดูสปอร์ตทันสมัยมากกว่าเดิม ด้านซ้ายเป็นชุดปุ่มควบคุมหน้าจอข้อมูล พร้อมควบคุมเครื่องเสียงจาก Bose ที่มาพร้อมกับลำโพงเสียงดีถึง 8 ตัว ส่วนด้านขวาเป็นชุดสวิตซ์ควบคุมระบบครุยซ์คอนโทรล

            ในส่วนของเครื่องเสียง มาพร้อมเทคโนโลยี NissanConnect ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับ Apple CarPlay และ Android Auto** รองรับการใช้แอปพลิเคชันในโทรศัพท์ ผ่านหน้าจอสัมผัสระบบเครื่องเสียงอีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่สามารถ เชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย (Wireless Apple CarPlay) ได้อีกด้วย โดยจะส่งต่อมาให้ระบบขับเสียงรอบทิศทางจาก Bose Premium Audio System (ในรุ่น VL) ซึ่งนิสสันร่วมกับ Bose ออกแบบการจัดวางลำโพงทั้ง 8 ตำแหน่ง และแอมพลิฟายเออร์ ให้เสียงคุณภาพสูง

            จอแสดงผลที่คอนโซลหน้าเป็นจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ส่วนปุ่มควบคุมต่าง ๆ ถูกออกแบบจัดเรียงใหม่ให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น พร้อมไฟเรืองแสงสีขาวเห็นชัดเจน ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติควบคุมอุณหภูมิแยกซ้าย-ขวา พร้อมสวิตซ์ควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลัง ที่มีช่องแอร์ครอบคลุมทั่วทุกตำแหน่งที่นั่ง อีกทั้งยังมีชุดสวิตซ์ควบคุมแรงลมแยกสำหรับผู้โดยสารตอนหลังอีกต่างหาก

            กระจกมองหลัง ยังคงบรรจุเทคโนโลยี Intelligent Rear View Mirror เอาไว้ โดยติดกล้องความละเอียดสูงที่กระจกบานหลัง เพื่อเสริมทัศนวิสัยที่ดีขึ้นในทุกสภาพอากาศ สามารถปรับมุมมองได้ตามความต้องการของผู้ขับ เพิ่มความชัดเจนแม้มีผู้โดยสารตอนหลัง หรือ สัมภาระขนาดใหญ่

            ไฮไลท์อีกอย่างก็คือหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ 11 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่สามารถสตรีมมิ่งช่องโปรด เช่น NetFlix และ YouTube ผ่านช่อง HDMI ได้อย่างง่ายดาย พร้อมช่องชาร์จไฟที่ช่วยให้ความบันเทิงไม่มีสะดุดตลอดการเดินทาง

            นอกจากนี้ New Nissan Terra ยังมีช่องชาร์จ USB สำหรับผู้โดยสารแถวทีสามอยู่ด้วย โดยทั้งคันมี USB-A 3 จุด และ USB-C 2จุด

            บริเวณคอนโซลกลางดีไซน์ใหม่ดูสวยงามทันสมัยขึ้น พร้อมเปลี่ยนชุดเบรกมือเป็นเบรกมือไฟฟ้า(เฉพาะรุ่น VL 2WD และ VL 4WD) เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานให้มากยิ่งขึ้น และด้านหน้าของคอนโซลกลางมีที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายขนาด 15 วัตต์อยู่ด้วย

            พูดถึงห้องโดยสารตอนหลัง ในช่วงก่อนขึ้นขับผมก็ได้ทดลองปีนขึ้นปีนลงนั่งเล่นไปเกือบครบทุกตำแหน่ง New Nissan Terra ดีไซน์ห้องโดยสารมาได้กว้างขวาง สะดวกสบาย ด้วยดีไซน์แบบ Theatre Style Seating ที่ไล่ระดับ ทำให้ผู้โดยสารไม่รู้สึกอึดอัด เบาะนั่งสามารถปรับได้หลากหลายรูปแบบ และที่เด็ดอีกอย่างก็คือมีระบบ Auto Tumble Seat ที่คอนโซลกลาง ซึ่งผู้ขับขี่สามารถกดปุ่มเลือกพับเบาะที่นั่งแถว 2 ทั้งฝั่งซ้ายและขวาได้ง่าย ๆ  

            ส่วนประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์ด้านใต้กันชนหลัง (Auto Lift Gate)* เพื่อความสะดวกในการเปิด-ปิด เพียงแค่ยื่นเท้าเข้าหาบริเวณกึ่งกลางของกันชน โดยไม่ต้องสัมผัสสวิตช์ที่ประตู และมีระบบป้องกันการหนีบเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน

 

เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน

            ไหน ๆ ก็เล่าสเปกรถกันมาพักหนึ่งแล้ว ขออีกนิดแล้วกันนะครับก่อนที่จะออกรถ เจ้า New Nissan Terra นี่ มาพร้อมกับระบบ 360° Safety Shield เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ที่รวมระบบต่าง ๆ เอาไว้หลายอย่างแล้วนำมาประมวลผลร่วมกันเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ให้มากขึ้น เริ่มต้นที่ เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) เทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะทำงานทันทีที่เริ่มขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับมองเห็นพื้นที่ข้างรถได้รอบทิศทางผ่านกล้อง 4 จุดรอบคัน กล้องทุกตัวจะจับภาพขณะเคลื่อนไหวจริง และแสดงผลเป็นภาพมุมสูงแบบ Bird’s-eye View ผ่านหน้าจอกลาง พร้อมทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน Moving Object Detection (MOD) ช่วยให้การขับรถในสถานการณ์ต่าง ๆ ง่ายยิ่งขึ้น

            และในรุ่น 4WD จะมีเพิ่มระบบ Off-Road Mode ซึ่งเมื่อเปิดระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ จะช่วยเพิ่มมุมมองรอบตัวรถขณะขับขี่บนทางออฟโรด รวมถึงการทำงานร่วมกับ Parking Sonar ที่กันชนหน้า 4 จุด และกันชนหลัง 4 จุด เมื่ออยู่ในเกียร์ D และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกิน 10 km/h ทันทีที่เซนเซอร์ตรวจพบวัตถุ จะส่งเสียงเตือนและระบบ IAVM จะแสดงภาพโดยอัตโนมัติที่หน้าจอเครื่องเสียง เพิ่มทัศนวิสัยให้ผู้ขับขี่ ลดข้อจำกัดสำหรับรถยนต์ที่มีความสูงได้มากขึ้น

           เทคโนโลยีเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning - IFCW) เทคโนโลยีจะส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนบนหน้าปัด หากพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้า เมื่อเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป โดยเทคโนโลยีนี้สามารถตรวจจับได้ถึงรถคันที่สองที่อยู่ต่อจากคันหน้า

            เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB) โดยระบบนี้จะทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วของรถยนต์ด้านหน้า เพื่อชะลอความเร็ว และหยุดรถ เพื่อลดความรุนแรง หรือ ลดความสียหายที่จะเกิดจากอุบัติเหตุ

            เทคโนโลยีเตือนรถในมุมอับสายตา (Blind Spot Warning - BSW) เมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา ไฟเตือนที่อยู่บริเวณกระจกมองข้างจะสว่างขึ้น หากมีการเปิดไฟเลี้ยว ไฟเตือนจะกะพริบ พร้อมกับมีเสียงเตือนผู้ขับเมื่อสัญญาณไฟเลี้ยวถูกเปิด ให้ผู้ขับขี่มั่นใจยิ่งขึ้น เมื่อต้องการเปลี่ยนช่องทางขับขี่

            เทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) ระบบจะเตือนระหว่างเข้าเกียร์ถอยหลัง เมื่อตรวจพบรถที่กำลังเคลื่อนเข้ามาทางด้านหลังทั้งซ้ายและขวา ระบบจะส่งสัญญาณเตือนพร้อมไฟกระพริบเตือนในด้านเดียวกันกับที่มีรถเคลื่อนที่เข้ามา

           เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning - LDW) เมื่อตรวจพบว่ารถกำลังออกนอกช่องทางขับขี่ และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากด้านข้าง โดยที่ไม่ได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ระบบจะส่งสัญญาณเสียงและไฟที่หน้าปัด เพื่อเตือนให้รู้ว่ารถกำลังออกนอกช่องทาง เพิ่มความมั่นใจ และเสริมปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

           เทคโนโลยีเตือนผู้ขับขี่เมื่อรู้สึกถึงการขาดสมาธิหรือเหนื่อยล้า (Intelligent Driver Alertness - IDA)ระบบนี้จะส่งเสียงพร้อมข้อความเตือนบนหน้าจอ เพื่อให้ผู้ขับจอดพัก หากตรวจพบลักษณะการขับขี่ที่แสดงถึงการขาดสมาธิ หรือเหนื่อยล้า

          นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ช่วยให้ทุกการขับขี่มั่นใจได้ในความปลอดภัยแบบ Passive Safety อาทิ เทคโนโลยีช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA) และ เทคโนโลยีควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันHill Descent Control  (HDC), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control (TCS) และ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัจฉริยะ Vehicle Dynamic Control (VDC), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (Anti-lock Braking System – ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (Electric Brake Force Distribution System – EBD) ระบบป้องกันการลื่นไถล Brake Limited Slip Differential (B-LSD) และไฟเบรกดวงที่สามพร้อมไฟ LED สามารถมองเห็นได้ชัดเจน

           รวมทั้งยังมีระบบป้องกันอันตรายต่าง ๆ หากเกิดอุบัติเหตุแบบครบครัน อาทิ ถุงลม SRS คู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง เพื่อช่วยลดความรุนแรงที่เกิดจากการชนทั้งด้านหน้าและด้านข้างให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และ เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ (Pretensioner and Load Limiter Seatbelts) เข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า ELR แบบสามจุด ELR และสามารถดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ที่สามารถปรับระดับได้ตามขนาดร่างกายของผู้โดยสารแต่ละคน  รวมถึงเข็มขัดนิรภัยที่นั่งด้านหลัง ELR แบบสามจุดสามตำแหน่งที่นั่ง ที่ช่วยเสริมความปลอดภัยด้วยจุดยึดเบาะที่นั่งเด็กแบบ ISOFIX เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารที่เป็นเด็ก พร้อมโครงสร้างนิรภัย (BODY REINFORCEMENT) ที่สามารถรองรับการกระแทกรอบด้าน เพื่อปกป้องทุกชีวิตภายในห้องโดยสารด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก

ทดสอบจริง..วิ่งดี..ช่วงล่างแจ๋ว

           ในการทดสอบนั้นด้วยระยะเวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมงที่มีอยู่ ทำให้ผมเลือกที่จะขับวนไปมาในเขตกรุงเทพฯ เพื่อทำความรู้จักกับเจ้ารถเอนกประสงค์ New Nissan Terra เล็กน้อย ก่อนที่จะตัดเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์ มุ่งหน้าไปถนนบรมราชชนนี มุ่งหน้ายาวต่อไปยังทางยกระดับวนไปสู่จังหวัดนครปฐม ซึ่งน่าจะเป็นเส้นทางที่พอจะมีที่ทางให้ลองสมรรถนะของตัวรถได้พอสมควรสำหรับในยุคที่เดินทางข้ามจังหวัดกันไปไกลมากไม่ได้ แต่พอไปจริงก็ไม่ถูกใจโลเกชั่นจนต้องไถลไปจนเกือบถึงจังหวัดราชบุรี รวม ๆ ก็ได้ลองกันไปได้ระยะทางยาวพอสมควรเลยทีเดียว

           ในการขับขี่จริง New Nissan Terra เป็นรถที่เสียงค่อนข้างเงียบเมื่อเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งก็น่าจะมาจากการที่นิสสัน เลือกใช้กระจกแบบ Acoustic Glass มาใช้กับกระจกตอนหน้าและประตูคู่หน้าแบบ เพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอก พร้อมทั้งเพิ่มฉนวนลดเสียงรบกวนทุกจุดสำคัญของโครงสร้างของรถ รวมทั้งยังเสริมยางกันกระแทกที่ติดตั้งระหว่างตัวถัง และแชสซีส์มากถึง 10 จุด ทำให้แม้จะขับด้วยความเร็วประมาณ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมงก็ยังสามารถฟังเพลงได้แบบสบายหู

          New Nissan Terra เป็นรถคันใหญ่ ที่ให้ความรู้สึกไม่เหมือนรถคันใหญ่ ด้วยทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม ทำให้สามารถ “เห็น” รอบคันรถได้ชัดเจน พวงมาลัยกระชับมือ คอนโทรลรถได้อย่างแม่นยำ อัตราทดพวงมาลัยเซ็ตมามีวงเลี้ยวน้อยลง ทำให้ขับได้ง่าย ประกอบกับบรรดาตัวช่วย เช่นระบบการเตือนรถในมุมอับ หรือ ระบบกล้องรอบทิศทาง ก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ยิ่งผสานด้วยสมรรถนะของขุมพลัง  รหัส YS23DDTT ขนาด 2.3L ทวินเทอร์โบที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (Ps) แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร (Nm) ตั้งแต่ 1,500 รอบต่อนาทีที่บรรจุอยู่ใต้ฝากระโปรง ก่อนจะถ่ายกำลังมายังเกียร์ 7 สปีด และช่วงล่างระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง และระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ 5 ลิ้งค์ (5-Link) พร้อมคอยล์สปริงดี ๆ และดิสก์เบรก หน้า-หลัง พร้อมครีบระบายความร้อน ที่ช่วยให้เบรกได้แบบมั่นใจ แม่นยำ ก็ยิ่งทำให้การขับขี่คล่องตัวมากยิ่งขึ้น

          ในจังหวะออกตัวสำหรับคนใจร้อนอาจจะรู้สึกหนืด ๆ นิด ๆ ตามประสารถที่มีน้ำหนักมาก แถมล้อใหญ่ ยางใหญ่ ประกอบกับที่ได้พูดคุยกับทีมงานผู้ออกแบบก็ได้ทราบว่าการเซ็ตอัพอัตราทดต่าง ๆ มาเพื่อให้เป็นรถครอบครัวจึงได้ได้เซ็ตให้จี๊ดจ๊าดมากนัก เพื่อให้สามารถขับได้ทุกคน ซึ่งพอรถขยับออกตัวแล้ว ก็วิ่งได้สมูท ลื่นไหล การเร่งแซงสามารถทำได้ดี มั่นใจ ยิ่งในช่วงความเร็วเดินทางประมาณ 100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง แล้วต้องเร่งแซง ก็สามารถกดให้ไหลไป 140-160 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้แบบง่าย ๆ ไม่ต้องลุ้น หรือหากต้องการให้กระชับกระเฉงมากขึ้นไปอีกก็สามารถดันเกียร์มาที่โหมดแมนนวล (M Mode) ก็จะยิ่งขับมันยิ่งขึ้น

            สำหรับในส่วนของช่วงล่างก็ยังคงเอกลักษณ์ความนุ่มนวล แต่หนึบหนับแบบผู้ดี ๆ เหมือนรุ่นก่อนเอาไว้อย่างครบถ้วน เรียกว่าเป็นรถขับสบาย ที่ขับเร็วก็ไม่เสียว

            จากการพูดคุยกับทีมงานนิสสัน เจ้า New Nissan Terra คันนี้สามารถใช้น้ำมันดีเซลได้ทุกชนิดทั้ง B7, B10 และ B20 และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก 20,000 กิโลเมตร แต่แนะนำเพิ่มเติมมาสำหรับผู้ที่ใช้น้ำมัน B20 เยอะ ๆ ให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องที่ 10,000 กิโลเมตรแทน เนื่องจากน้ำมันดังกล่าวส่วนใหญ่จะมีสิ่งปนเปื้อนมากกว่า B7 และ B10

            แต่การรีวิวที่ดีคงจะเล่าแต่เรื่องดี ๆ เพียงอย่างเดียวก็คงไม่ได้ จากการทดลองขับก็พบว่า New Nissan Terra มีจุดเล็กๆ ที่ไม่มีก็ไม่ได้ส่งผลเสียอะไร แต่ถ้ามีก็จะยิ่งยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ก็คือระบบ Adaptive Cruise Control หรือระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน และระบบ Auto Brake Hold หรือระบบช่วยหน่วงเบรกอัตโนมัติ ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับรถคันนี้มากยิ่งขึ้น

            สรุปแล้วหากใครกำลังมองหารถเอนกประสงค์สักคัน..New Nissan Terra ด้วยสมรรถนะและออปชั่นที่ให้มา เมื่อเทียบกับสนนราคา ที่ไม่ข้าม 1.5 ล้านในตัวท็อป รถรุ่นนี้ก็น่าจะเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ น่าไปทดลองขับดูสักครั้งก่อนตัดสินใจครับ

Visitors: 501,479