ทดลองขับ All New Mazda BT-50 Double Cab 1.9 SP Hi-Racer 6AT หล่อ..ไฮเทค..ขับดี..ประหยัดน้ำมัน

           นับจากกลางปีที่แล้ว ข่าวคราวของ All New Mazda BT-50 ก็คงจะทยอยกันเข้าสู่สายตาของคนที่ติดตามอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปิดตัวที่ออสเตรเลียเป็นที่แรก จนมาถึงการเปิดตัวในประเทศไทยเป็นแห่งที่ 2 เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา ดังนั้นหลาย ๆ คนก็คงพอจะทราบอยู่แล้วว่าการกลับมาของกระบะ   จากค่าย Mazda คราวนี้ เป็นการกลับมาแบบไม่เหมือนเดิม เพราะพกพาเทคโนโลยีใหม่ ๆ อันเกิดจากการที่ไปจับมือกับเจ้าแห่งรถกระบะระดับโลกอย่าง Isuzu

           ล่าสุด Autoindy ได้มีโอกาสไปทดลองขับเจ้า All New Mazda BT-50 MY2021 ในเส้นทางแบบ One Day Trip กรุงเทพฯ - ราชบุรี - กรุงเทพฯ ซึ่งระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ก็ทำให้เราพบว่า All New Mazda BT-50 “เปลี่ยน” ไปแบบมากมาย

           ในครั้งนี้ Autoindy ได้ทดลองขับ All New Mazda BT-50 รุ่น Double Cab 1.9 SP HI-RACER 6AT โดยเราได้ขับเป็นมือแรกออกตัวจากกรุงเทพฯ วิ่งยาวไปจนถึงจุดพักทานอาหารกลางวันที่ ภูผา ป่าสน จังหวัดราชบุรี รวมระยะทาง 147 กิโลเมตร กับเส้นทางอันหลากหลาย แทบจะครบทุกรูปแบบการใช้งาน ทั้งการขับฝ่ารถติดในการจราจรย่านชานเมืองกรุงเทพฯ ไปจนถึงทางหลวงที่ทำความเร็วได้พอสมควร และปิดท้ายก่อนถึงจุดพักด้วยเส้นทางคดโค้ง ขึ้นเขา ลงเขาให้ได้ลองกำลังเบ่งกล้ามเจ้าเครื่องยนต์ 1.9 ลิตรให้ได้รู้จักกัน

           ก่อนอื่นคงต้องขอเล่ากันสักนิดสำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า หลังจากที่ Mazda และ Isuzu จับมือกันจนคลอดออกมาเป็นรถ 2 รุ่นก็คือ Isuzu D-Max อันเรียกได้ว่าเป็นแฝดพี่ กับเจ้า Mazda BT-50 ที่คลอดมาทีหลังเป็นแฝดน้องนั้น จริงอยู่ว่ารถทั้ง 2 รุ่นมีการใช้เทคโนโลยีร่วมกัน แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของตัวเองเอาไว้พอสมควร ซึ่งในส่วนของ Mazda BT-50 นั้น แม้ว่าจะใช้พื้นฐานของขุมพลัง หรือเครื่องยนต์ และระบบช่วงล่างชุดเดียวกัน แต่ที่เหลือทีมงานมาสด้าได้จับ DNA ของมาสด้ายัดใส่เข้าไปแบบเต็มตัว

ภายนอกหล่อแบบ KODO Design

           เริ่มกันที่หน้าตา ที่ถูกออกแบบมาจากรถร่วมค่ายทั้งหลายตามสไตล์ KODO Design แต่ปรับให้ดูดุดันขึ้นนิด ๆ ตามสไตล์รถปิกอัพ เริ่มต้นด้วยกระจังหน้าแบบ Signature Wing ขนาดใหญ่ ละม้ายคล้ายเอสยูวีในสังกัด จับคู่กับโคมไฟหน้าทรงสปอร์ต ต่ำลงมาที่แนวกันชนฝังไว้ด้วยชุดไฟแนวตั้ง อันประกอบด้วย ไฟหรี่ ไฟตัดหมอก ไฟเลี้ยวที่รวมกันไว้ในชุดเดียว

           ด้านข้างออกแบบมาด้วยเส้นสปีดที่แนวมือจับเปิดประตู ที่ไล่ตั้งแต่บนโป่งล้อหน้า ไล่ไปจนสุดท้ายรถ ต่ำลงมาเป็นอีกแนวเส้นดีไซน์ที่สอดรับกันส่งผลให้ All New Mazda BT-50 ดู “หรู” ดู “แพง” ขึ้น พร้อมด้วยบันไดข้างตามสไตล์รถสูง ส่วนล้อและยางนั้นก็เป็นล้ออัลลอยด์ขนาด 18x7.5 ซึ่งรัดไว้ด้วยยางขนาด 265/60 R18 สำหรับด้านท้ายรถจะพบกับไฟท้ายทรงสปอร์ต พร้อมมือเปิดฝากระบะท้ายแบบโครเมี่ยม และกันชนหลังสีเดียวกับตัวรถ

 

 

ภายในเนี๊ยบ..ตามสไตล์มาสด้า

             สำหรับด้านในรถนั้น จะมีการปรับเปลี่ยนให้มีความเป็นมาสด้ามากขึ้น เริ่มต้นจากคอนโซลหน้าที่ออกแบบให้ดูเรียบหรู ตกแต่งด้วยสีดำและน้ำตาล ตัดด้วยสีเงินเพิ่มความสปอร์ต มีหน้าจอขนาดใหญ่ 9 นิ้วอยู่ตรงกลาง โดยจอดังกล่าวสามารถเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ได้ง่าย ๆ รวมทั้งยังมีระบบนำทาง Navigator บิลด์อินมาให้ภายในเครื่องสำหรับใช้นำทางบนเส้นทางที่อาจจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์อีกด้วย และตามสเปกระบุว่าสามารถใช้งาน Miracast แบบไร้สายผ่านระบบ Wifi เพื่อแสดงภาพบนจอโทรศัพท์มาบนจอเครื่องเสียงอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังมาพร้อมชุดเครื่องเสียงดี ๆ ที่สามารถให้เสียงแบบรอบทิศทางด้วยลำโพง 8 ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นลำโพงที่ติดตั้งอยู่บนหลังคารถ

            ขยับไล่มาอีกนิดถึงด้านหน้าคนขับก็จะพบกับเรือนไมล์ดีไซน์สวยที่แทรกไว้ด้วยจอแสดงข้อมูล MID ขนาด 4.2 นิ้ว ที่สามารถแสดงข้อมูลได้อย่างหลากหลายครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Trip A-B, อัตราสิ้นเปลือง ฯลฯ

            พวงมาลัยมาในรูปแบบสปอร์ตมัลติฟังก์ชั่น หุ้มหนังจับกระชับมือ ปรับได้ 4 ทิศทางคือสูงต่ำและเข้าออก บนพวงมาลัยบริเวณด้านซ้ายเป็นสวิตช์ควบคุมวิทยุและรับโทรศัพท์ ด้านขวาเป็นชุดควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ตามแบบมาตรฐาน

            ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ ดีไซน์สวยงามด้วยแถวสวิตช์สีเงิน ซึ่งถอดแบบมาจากรถเก๋งและเอสยูวีตัวท็อปประจำค่าย  สามารถแยกปรับอุณหภูมิอิสระซ้าย-ขวาพร้อมแอร์หลังที่ติดตั้งเอาไว้ปลายคอนโซลกลาง พร้อมอำนวยความสะดวกด้วยช่องเสียบ USB ทั้งสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า และด้านหลัง

            เบาะนั่งดีไซน์โอบกระชับ นั่งสบาย แม้กับคนตัวใหญ่สูงเกิน 180 ซม. อย่างผมก็ตาม โดยในรถคันที่ทดสอบเป็นเบาะหนังสีน้ำตาลเข้ม ในเบาะคนขับเป็นเบาะไฟฟ้าปรับได้ 8 ทิศทาง ส่วนฝั่งผู้โดยสารต้องปรับแบบแมนนวลครับ

 

ขุมพลัง 1.9 แรงเพียงพอใช้งาน

            ภายใต้ฝากระโปรงของเจ้า All New Mazda BT-50 คันที่เราได้มาทดสอบครั้งนี้ เป็นเครื่องยนต์ขนาด 1.9 ลิตร รหัส RZ4E-TE ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC  16 วาล์ว พร้อมด้วย VGS เทอร์โบแปรผันและอินเตอร์คูลเลอร์ ซึ่งตามสเปกระบบไว้ว่าสามารถให้แรงม้าได้ 150 ตัวที่รอบเครื่องยนต์ 3,600 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุดแบบแฟลตทอร์คถึง 350 นิวตัน-เมตรที่รอบเครื่องยนต์ระหว่าง 1,800-2,600 รอบต่อนาที จับคู่มากับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

            เส้นทางไป - กลับ กรุงเทพฯ - ราชบุรี โดยทางทีมงานเลือกใช้รูทวิ่งจากโชว์รูมบนถนนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าเข้าพระราม 2 ไปเลี้ยวขวาที่แยกวังมะนาว เลี้ยวซ้ายเข้าไปทางอ่างเก็บน้ำท่าเคย อ.โป่งกระทิง เป็นเส้นทางที่มีความหลากหลาย เจอทั้งรถติด ทางโล่ง ทางขึ้นเขา ลงเขา ทางเลนสวนที่ต้องหาจังหวะแซง ซึ่งเจ้าขุมพลัง RZ4E-TE ขนาด 1.9 ลิตรตัวนี้ก็ทำงานได้ดี ตอบสนองต่อคันเร่งได้อย่างฉับไว ในการขับปกติถือได้ว่ามีพละกำลังเหลือเฟือสำหรับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นทางเรียบ หรือทางขึ้นเขา ลงเขา เพราะย่านแรงบิดที่กว้างระหว่าง 1,800 – 2,600 รอบต่อนาที ทำให้ในช่วงที่รถวิ่งอยู่ในย่านดังกล่าวจะสามารถเดินคันเร่งให้รถพุ่งตัวแซงไปได้แบบสบาย ๆ จะมีอยู่บ้างถ้าต้องเร่งแซงอย่างปุ๊บปั๊บในจังหวะที่ใช้รอบเกินย่านแรงบิด โดยที่ไม่ได้ไล่รอบมาก่อน แต่ต้องคิ๊กดาวน์ลงไปทันที ดูเหมือนจะหนืด ๆ อยู่นิด ๆ แต่ก็ไม่ได้มากมายนัก ยังถือได้ว่าขับได้สบาย ๆ

ช่วงล่างนุ่มนวลกว่าเดิม

            สำหรับช่วงล่างนั้น All New Mazda BT-50 ใช้ช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น ที่จับคู่มากับคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแหนบแผ่น ซึ่งก็ถือว่าเป็นระบบปกติตามมาตรฐานของรถกระบะ ซึ่งดีไม่ดีต้องมาวัดกันที่การปรับเซ็ต ซึ่งในรถรุ่นนี้ถือว่าเซ็ตมาได้ค่อนข้างลงตัวกับน้ำหนักรถ ฟิลลิ่งการขับใช้งานทั่วไปให้ความนุ่มนวล นั่งสบาย ขับเร็วก็ยังสามารถยึดเกาะถนนได้ดี แม้จะดูโคลงตัวย้วย ๆ อยู่นิด ๆ หากมีการเข้าโค้งเร็ว ๆ แรง ๆ แต่ก็ไม่มาก ซึ่งหากใครเป็นสาวก Zoom Zoom ชื่นชอบช่วงล่างสไตล์สปอร์ต ๆ ดิบ ๆ แบบเดิมอาจจะขัดใจไปสักหน่อย แต่ถ้ามองรวม ๆ ในเชิงการตลาดแล้วก็ไม่แปลกที่มาสด้าจะเซ็ตช่วงล่างเป็นแบบนี้ เพราะส่วนใหญ่ของผู้ใช้รถมักจะชื่นชอบความนุ่มนวล นั่งสบายมากกว่าอยู่แล้ว ข้อดีอีกอย่างของการปรับเซ็ตช่วงล่างให้นุ่มนวลขึ้น ก็คือในการขับ “รถ” จะให้ความ “เฟรนด์ลี่” กับ “ผู้ขับขี่” มากกว่าเดิม

เก็บรายละเอียดครบถ้วน

            พวงมาลัยของ All New Mazda BT-50 ใช้ระบบแรคแอนด์พีเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่านแรง ซึ่งสำหรับผมปรับเซ็ตค่ามาได้กำลังดี ไม่เบาจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้หนัก ทำให้สามารถควบคุมรถได้ง่าย พวงมาลัยแม่นยำ วงเลี้ยวตามสเปกอยู่ที่ 6.1 เมตร ถือค่อนข้างแคบเมื่อเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกัน

            ระบบเบรกมาสด้าเลือกใช้เป็นแบบหน้าดิสก์ หลังดรัม ปรับเซ็ตมาได้ดี แต่ในช่วงแรกที่ขึ้นรถเหมือนจะต้องปรับตัวนิดหน่อย เนื่องจากยังไม่คุ้นเคยกัน เพราะเบรกแล้วมีความรู้สึกเหมือนจะไหล ๆ นิด ๆ ต้องเพิ่มน้ำหนักเท้าลงไปอีกหน่อย แต่พอปรับตัวกับน้ำหนักเบรกได้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

            ในเรื่องของการเก็บเสียงทำได้อยู่ในมาตรฐาน เพราะเมื่อขับขี่ด้วยความเร็ว จะเริ่มมีเสียงลมเข้ามาในรถหลังจากช่วงความเร็วประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไปนิดหน่อย ซึ่งหากเปิดเพลงฟัง หรือพูดคุยกันออกรสสักนิดก็แทบจะไม่ได้นึกถึงเลยดีเดียว

บทสรุป

            จากการทดลองขับขี่ พบว่า All New Mazda BT-50 เครื่องยนต์ 1.9 ลิตร ซึ่งเป็นผลิตผลของการจับมือกันระหว่างมาสด้าและอีซูซุ เป็นรถกระบะที่ขับสนุก ขับสบาย ให้ความมั่นใจในการขับขี่ได้แม้ใช้ความเร็วสูงพอสมควร ช่วงล่างอาจจะนิ่มไปนิดสำหรับสายซิ่ง แต่ก็ไม่ได้นิ่มย้วยจนขับเร็วไม่ได้ แต่สิ่งที่ได้มาจากการจับมือกันของทั้งสองค่ายก็คือเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่เรารู้กันดีว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ประหยัดมาก ๆ รุ่นหนึ่งในท้องตลาด แถมยังเป็นเครื่องยนต์ที่ “ปั้นขึ้น” ในความหมายของการปรับแต่งเพิ่มความแรง ดังจะเห็นได้จากเครื่องยนต์ตัวนี้ถูกปรับเซ็ตเพื่อใช้กับรถแข่งในสนามมากมาย ขณะเดียวกันก็ได้ หน้าตาหล่อ ๆ เข้ม ๆ และเทคโนโลยี และระบบเสริมความปลอดภัยอันล้ำสมัย ตามสไตล์ของมาสด้า ไม่ว่าจะเป็นระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก (Brake Override System – BOS), ระบบเตือนรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Advance Blind Spot Monitoring- ABSM), ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) ฯลฯ ระบบล็อครถเมื่อเดินห่างจากตัวรถเกิน 3 เมตร (Walk Away AutoLock) รวมถึงระบบกุญแจอัจฉริยะที่สั่งสตาร์ทรถ เปิดแอร์ล่วงหน้าได้ในระยะ 20 เมตร

            จากเหตุผลทั้งหมดทำให้ All New Mazda BT-50 เป็นรถกระบะที่น่าสนใจ และไม่ควรมองข้ามหากคุณกำลังมองหารถกระบะไว้ใช้งานสักคันครับ

 

ขอขอบคุณ : มาสด้า เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับทริปทดสอบดี ๆ ครั้งนี้

สุภรณ์ ถาวรนิธิ

Visitors: 501,476