ฝ่าสายฝน...ทดสอบเบา ๆ กับ All New Isuzu MU-X

3 พฤศจิกายน 2563

             เมื่อเร็ว ๆ นี้ ค่ายรถยักษ์ใหญ่อีซูซุ ได้จัดงานเปิดตัวรถเอนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุด All New Isuzu MU-X อย่างยิ่งใหญ่ ณ ห้างดังใจกลางเมือง ซึ่งหลังจากเปิดตัวไปเพียงวันเดียว ทีมงานของเราก็ไปยังสนามทดสอบไทยบริดจสโตน ที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อทดสอบเจ้ารถเอนกประสงค์ที่กำลังเพิ่งเปิดตัวไปแบบสด ๆ ร้อน ๆ ทันที

              เมื่อไปถึงสนามทดสอบ ทีมงานของอีซูซุก็บรรยายถึงวิธีการทดสอบที่เตรียมไว้ให้เหล่าสื่อมวลชนร่วมร้อยชีวิตที่เดินทางมาร่วมงาน ซึ่งสรุปก็คือ ในการทดสอบครั้งนี้ จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน

               ในส่วนแรกนั้น เป็นการทดสอบสมรรถนะโดยรวมของ All New Isuzu MU-X รุ่น 3.0 โดยเหล่าผู้สื่อข่าวที่เข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้จะได้ขับเจ้า All New Isuzu MU-X ในสนามทดสอบความยาว 3,300 เมตร โดยเริ่มต้นจากการขับขี่บนทางตรง เพื่อทดสอบอัตราเร่ง และการทรงตัวในการเข้าโค้งแบบไฮสปีด ขับผ่านโค้งแคบ โค้งยูเทิร์น รวมไปถึงการเข้าไปทดลองขับในสถานี Special Road Surface ในสภาพเส้นทางที่จำลองสภาพพื้นผิวแบบต่าง ๆ เพื่อดูถึงความนุ่มนวลของช่วงล่างด้วยปิดท้ายด้วยสถานี Handling Circuit ที่เป็นทางโค้งขึ้นเนิน ลงเนินความยาว 2,100 เมตร

              ในการทดสอบช่วงแรกนี้ ฝนก็กระหน่ำลงมาอย่างหนัก ชนิดที่แทบจะมองเส้นทางในสนามทดสอบไม่เห็น ทำให้ผู้ควบคุมสนามออกคำสั่งผ่านวิทยุสื่อสารให้ลดความเร็วลงกว่าปกติเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่พอจะจับอาการของรถได้อยู่บ้าง

การทดสอบช่วงที่ 1

              เริ่มแรก เมื่อเข้าไปนั่งในห้องโดยสารของ All New Isuzu MU-X สิ่งแรกที่รูสึกก็คือความกว้างขวางนั่งสบายของเบาะนั่ง ซึ่งมีดีไซน์โอบกระชับร่างกายได้เป็นอย่างดี ด้วยร่างกายที่สูงกว่า 180 ซม. ก็ยังไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย เมื่อลองเอื้อมมือหยิบจับ ปรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็พบกว่าตำแหน่งของอุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกดีไซน์ได้อย่างลงตัว ควบคุมคอนโทรลอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ง่าย ทุกอย่างอยู่ในระยะมือเอื้อมถึงทั้งหมด พร้อมหน้าตาที่ปรับให้ดูทันสมัยกว่ารุ่นเก่าอย่างชัดเจน

              เมื่อเริ่มการขับทดสอบ ทันทีที่เหยียบคันเร่งออกตัว เครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร รหัส 4JJ3-TCX ที่มีแรงม้าสูงสุดที่ 190 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 450 นิวตัน-เมตร ที่จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ก็ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อได้อย่างนิ่มนวล ต่อเนื่อง เมื่อเพิ่มคันเร่งลงไปก็ตอบสนองได้อย่างทันใจ จาก 0 ถึง 100 ทำได้แบบชิล ๆ ช่วงล่างเซ็ตมาได้ค่อนข้างลงตัว ในความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง All new Isuzu MU-X ให้ความนิ่งแบบสุด ๆ จนแทบไม่รู้ตัว และเมื่อแตะเบรกเพื่อชะลอความเร็วก่อนถึงโค้ง ระบบเบรกก็นุ่มนวล แม่นยำ

              เมื่อสุดทางตรง เป็นโค้งไฮสปีดด้วยความเร็วเข้าโค้งประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามคำสั่งของผู้ควบคุมสนาม พบว่าช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น กับช่วงล่างหลังแบบ 5 Link สามารถเกาะถนนไปได้เป็นอย่างดี แต่ด้วยตัวรูปแบบของรถอเนกประสงค์ ที่มีตัวรถค่อนข้างสูง และมีน้ำหนักที่ค่อนข้างมากทำให้รู้สึกว่าตัวรถมีอาการเอียงเทไปตามแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ของโค้งมากไปอยู่สักหน่อย

              เมื่อพ้นช่วงการขับวนรอบสนามด้วยความเร็วและเข้าโค้งไฮสปีดครบ 2 รอบ อินสตรัคเตอร์ก็บอกให้เราหักเลี้ยวเข้าสู่แทร็คด้านในของสนามทดสอบ ซึ่งถูกเซ็ตให้เป็นพื้นที่ทดสอบการขับขี่บนถนนแบบต่าง ๆ เช่นทางขรุขระ ซึ่งในช่วงนี้เราก็พบว่ารถเอนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุดจากอีซูซุคันนี้ เซ็ตช่วงล่างมาได้แบบนุ่มนวลสุด ๆ เมื่อขับรูดบนทางขรุขระของสนาม ระบบช่วงล่าง และยางก็สามารถซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนได้เกือบหมด ในขณะเดียวกันก็สามารถซับเสียงจากพื้นถนนได้เป็นอย่างดีด้วย

              เส้นทางช่วงต่อมาเป็นการขับขี่บนเส้นทางคดโค้ง กับทางเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาต่อเนื่องสลับกันไป ซึ่งในช่วงนี้ ความแม่นยำของพวงมาลัยก็โชว์ประสิทธิภาพออกมาอย่างเต็มที่ พวงมาลัยของ All New Isuzu MU-X ที่บนทางตรงดูจะเบาไปนิด เมื่อมาอยู่ในทางโค้งแม้ว่าจะยังมีความนุ่มนวล แต่ก็สามารถคอนโทรลรถได้คม และแม่นยำน่าพอใจ ขณะเดียวกันช่วงล่างก็สามารถตอบสนองการเลี้ยววงแคบแบบเร็ว ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

การทดสอบช่วงที่ 2

              การทดสอบในช่วงนี้เป็นการสาธิตระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ในรูปแบบต่าง ๆ โดยอันแรกคือระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning - FCW)และ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking - AEB) โดยในการทดสอบทางวิศวกรของอีซูซุจะเป็นผู้ขับขี่รถพุ่งเข้าหาฉากที่กั้นเอาไว้โดยไม่เบรก โดยเมื่อระบบกล้องสเตอริโอสำหรับตรวจจับด้านหน้ารถพบวัตถุขวางอยู่ด้านหน้า จะส่งเสียง และคำเตือนขึ้นบนหน้าปัดก่อนเป็นลำดับแรก ซึ่งหากผู้ขับยังไม่ตอบสนองต่อคำเตือนด้วยการเหยียบเบรก ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติจะช่วยเบรกด้วยตัวเอง ซึ่งจากการเข้าไปร่วมทดสอบอยู่ในรถก็จะพบว่ากระบวนการทั้งหมดทำงานด้วยความรวดเร็ว และการเบรกก็ถือได้ว่าค่อนข้างนุ่มนวลและแม่นยำกว่ารถรุ่นอื่นที่ที่ติดตั้งระบบแบบเดียวกันอยู่พอสมควร

              หลังจากนั้นก็มาถึงการทดสอบต่อไปคือระบบการตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด (Pedal Misapplication Mitigation - PMM)โดยระบบดังกล่าวเป็นระบบช่วยเพิ่มความปลอดภัยสำหรับในกรณีที่ผู้ขับขี่เหยียบคันเร่งผิด เช่นต้องการเหยียบเบรกแต่เผลอไปเหยียบคันเร่ง โดยระบบกล้องสเตอริโอด้านหน้ารถจะตรวจจับภาพหน้ารถ ซึ่งหากภายในระยะห่างไม่เกิน 4 เมตรมีวัตถุขวางอยู่ แล้วมีการเหยียบคันเร่งลงไปเกิน 30% ระบบจะสั่งการให้รถตัดกำลังเครื่องยนต์ ทำให้ลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุลง ซึ่งจากการทดสอบก็พบว่าระบบสามารถทำงานตัดกำลังเครื่องยนต์ได้อย่างทันท่วงทีเมื่อวิศวะกรเหยียบคันเร่งลงไปจนมิด โดยบริเวณด้านหน้ารถที่ฉากกั้นอยู่ ทำให้รถไม่พุ่งเข้าไปชนฉากกั้น

การทดสอบช่วงที่ 3

              ในการทดสอบช่วงที่ 3 นี้ เป็นไฮไลต์อีกอย่างหนึ่งของเจ้า All New Isuzu MU-X อีกอย่างก็คือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชั่น Stop and Go (Full Speed Range Adaptive Cruise Control - ACC) โดยรูปแบบการทดสอบก็คือทีมงานของอีซูซุ จะจัดรถขับตามกันเป็นขบวนโดยมีเหล่าผู้สื่อข่าวนั่งสังเกตการณ์ไปในรถ โดยรถคันนำขบวนจะขับปรับความเร็วเพิ่ม หรือรถ รวมทั้งเบรกจนรถหยุดสนิท ซึ่งรถในขบวนทั้งหมดที่เปิดระบบ ACC เอาไว้ ก็สามารถ “ตาม” รถนำขบวนไปได้แบบสบาย ๆ โดยที่ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องแตะคันเร่งหรือเบรกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งระบบก็จะช่วยเพิ่ม หรือลดความเร็วลงตามรถคันหน้าได้อย่างแม่นยำ และเมื่อรถคันหน้าจอดสนิท รถคันที่ตามก็จะหยุดสนิทตามด้วย ซึ่งหากรถคันหน้าขยับเคลื่อนตัวต่อไปในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 2 วินาที รถตาม ก็จะเคลื่อนตามไปได้ด้วย

บทสรุป

              โดยรวม All New Isuzu MU-X รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ เป็นรถที่มีการปรับปรุงมาชนิดที่เรียกได้ว่า “จัดเต็ม” เริ่มต้นจากหน้าตาที่ปรับให้ดูทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิมแบบเห็นได้ชัดทำให้น่าจะเอาใจแฟนรุ่นใหม่ได้ไม่น้อย

               นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสมรรถนะที่ดีในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นด้านอัตราเร่งที่ทำได้ดีเกินพอสำหรับการใช้งานทั่วไป และถึงแม้ว่าจะไม่ได้ลองกันแบบเต็มสมรรถนะ แต่ด้วยดีกรีขั้นเทพเครื่องยนต์รุ่นนี้ที่ได้รับการยอมรับอย่างมากมายแม้แต่ในสนามแข่ง ก็พอจะทำให้สามารถเชื่อมั่นได้อย่างเหลือเฟือ

                All New Isuzu MU-X มาพร้อมกับพวงมาลัยที่ “เบา” ขับง่าย แม้แต่ผู้หญิงก็น่าจะขับได้อย่างสบาย ในขณะที่มีความแม่นยำ คอนโทรลทิศทางได้ดี ในความเร็วสูงประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีการเพิ่มความหนืดของพวงมาลัยให้มากขึ้นแม้จะไม่มากนัก แต่ก็ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นอีกนิด

               ในส่วนช่วงล่างนั้นหากเป็นผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไป ที่ขับขี่ใช้งานในสภาพถนนปกติ หรือใช้งานในเมืองเป็นหลักน่าจะชอบใจกันสุด ๆ เพราะนุ่มนวล ชับสบาย ในช่วงความเร็วใช้งานทั่วไปช่วงล่างก็สามารถทำงานได้ดี ไม่ย้วยอะไรมากนัก แต่หากข้ามสเต็ปไปเป็นนักขับเท้าหนัก ขับเร็ว ๆ หรือเป็นพวกที่ชอบเล่นโค้ง ในเวลาเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงหน่อย ก็อาจจะดูนุ่มไปนิด ย้วยไปหน่อย แต่ก็ไม่มากนัก อยู่ในพิกัดที่น่าจะปรับเซ็ตได้โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก เช่นช็อคอัพฯ หรือกันโคลงดี ๆ สักชุด ก็น่าจะเฟิร์มขึ้นจนรองรับความเร็วสูงได้อย่างสบาย ๆ 

               แต่สิ่งที่ถือเป็นจุดเด่นที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับ All New Isuzu MU-X รุ่นใหม่นี้ ก็คงจะเป็นการบรรจุออฟชั่นต่าง ๆ เพิ่มเข้ามาแบบเต็มพิกัด โดยเฉพาะในเรื่องของระบบตัวช่วยไฮเทคต่าง ๆ ซึ่งหากมองเทียบกับคู่แข่งในท้องตลาด ก็บอกได้เลยว่ามาครบเทียบชั้นกับคู่แข่งทุกรายในตลาดได้สบาย ๆ ทำให้รถรุ่นนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีอีกรุ่นหนึ่งในกลุ่มรถอเนกประสงค์เลยทีเดียว

Visitors: 456,626