ทดลองขับ MG3 รถตัวเล็กสเปกจัดเต็ม

         เมื่อเร็ว ๆ นี้ Autoindy.net ของเรา ได้ไปร่วมการทดลองขับรถ City Car รุ่นใหม่ล่าสุดจากค่ายสัญชาติอังกฤษอย่าง MG3 มาบนเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน หลังจากที่เจ้ารถตัวเล็กสเปกไฮเทคอย่าง New MG3 เปิดตัวออกมาพร้อมกับรูปลักษณ์ใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม พร้อมด้วยเกียร์ตัวใหม่แบบ Automatic เต็มรูปแบบ และระบบอัจฉริยะ i-SMART ที่ทำให้ผู้ขับขี่สื่อสารสั่งการรถ New MG3 ได้ด้วยคำพูด ซึ่งกระแสตอบรับก็แรงไม่น้อย

         การเดินทางของเราในครั้งนี้ ทีมงาน MG ได้จัดเซ็ตเส้นทางเอาไว้ให้พอขับได้สนุก ๆ โดยจากกรุงเทพฯ คณะของเราจะมุ่งหน้าสู่ถนนพระราม2 ตรงไปตามทางปกติที่วิ่งลงสู่ภาคใต้ เลี้ยวซ้ายผ่านแยกวังมะนาว ก่อนที่นะวนเข้าไปในเส้นทางหนองหญ้าปล้อง หรือทางไปสู่ป่าแก่งกระจานที่ขาเที่ยวทั้งหลายคุ้นเคยกันดี แล้วไปตัดออกใกล้ ๆ โรบินสัน เพชรบุรี มุ่งหน้าไปสู่หัวหิน รวมระยะทางกว่า 240 กิโลเมตร ซึ่งจากเส้นทางดังกล่าว ทำให้เราพบกับสภาพถนนที่หลากหลาย ทั้งซุปเปอร์ไฮเวย์กว้าง ๆ ไปจนถึงทางคดโค้ง ขึ้นเขาลงเขาเป็นช่วง ๆ พอให้ได้ฟิลลิ่งของช่วงล่างที่เซ็ตมาในสไตล์รถยุโรปของเจ้า New MG3 และไม่เพียงเท่านั้น หลังจากไปถึงจุดหมายปลายทางคือที่หัวหิน บริเวณลานกว้างข้างสวนน้ำ Vana Nava หน้าโรงแรม Holiday Inn อันเป็นที่พักของเราในการเดินทางครั้งนี้ ทีมงาน MG ก็จัดบททดสอบอีกหนึ่งเอาไว้คือการขับในรูปแบบ Gymkana ซึ่งก็ช่วยให้เรารู้จักเจ้า MG3 รุ่นใหม่นี้ได้ดีขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว


        ก่อนที่เราจะเริ่มทดสอบ ขอเริ่มด้วยการทำความรู้จักกับสเปกคร่าว ๆ ของเจ้า MG3 คันนี้กันเสียก่อนนะครับ
New MG3 มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินแบบ DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาดความจุกระบอกสูบ 1,498 ซีซี. VTi-TECH ซึ่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดมัลติพอยท์ ซึ่งให้กำลังสูงสุดที่ 112 แรงม้าที่รอบเครื่องยนต์ 6,000 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุดที่ 150 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ซึ่งสามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง E85 ที่จับคู่มากับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode ที่จะช่วยให้ตอบสนองในการขับขี่ดียิ่งขึ้น

        New MG3 มาพร้อมพวงมาลัยแบบพาวเวอร์ไฮดรอลิก รัศมีวงเลี้ยว 5.425 เมตร ระบบช่วงล่างเซ็ตมาแบบ EUROPEAN TUNING SUSPENSION ด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นทอร์ชันบีม พร้อมระบบเบรกด้านหน้าแบบดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน ส่วนด้านหลังแบบดรัมเบรก
ในด้านความปลอดภัยนั้น MG3 ใหม่ มาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย USD (Ultimate Stiffness Design) พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า และมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบความปลอดภัยแบบ SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM รวม 8 ฟังก์ชัน ที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS(Anti-Lock Braking System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution) ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist) ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System) เข้าโค้งอย่างมั่นใจด้วยระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง  CBC (Curve Brake Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System) และระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน MSR (Motor Control Slide Retainer)  นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องมองหลัง และสัญญาณเตือนระยะถอยหลังที่ช่วยให้การถอยจอดเป็นไปอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น


         เมื่อแรกที่เข้าไปนั่งประจำการณ์บนเบาะที่นั่งคนขับ ก็รู้สึกได้ว่าเบาะโอบกระชับตัวนั่งสบายไม่น้อย ตัวเบาะดูแน่น ๆ มั่นคง แต่อาจจะด้วยสรีระของผมที่ตัวค่อนข้างสูง และขายาว ทำให้รู้สึกว่าปรับตำแหน่งขายังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ แต่ด้วยพวงมาลัยรุ่นใหม่ที่สามารถปรับเข้า-ออกได้ (รุ่นเก่าปรับได้แค่สูง-ต่ำ) ก็ช่วยให้การเซ็ตตำแหน่งท่านั่งลงตัวมากขึ้น มองไปรอบ ๆ ตัวก็จะพบกับหน้าตาของแผงคอนโซลที่ดูทันสมัยสวยงามขึ้น พอออกตัวรถก็รู้สึกว่าพวงมาลัยหนักกว่าที่คาดการณ์เอาไว้พอสมควร แต่ก็ไม่ได้หนักมากมายนัก แค่รู้สึกตึงมือโดยเฉพาะเวลาที่ขับช้า ๆ ซึ่งเมื่อรถเคลื่อนตัวก็เบาแรงลงพอสมควร แต่สิ่งที่ชอบสำหรับการเซ็ตอัพพวงมาลัยของรถ MG3 ก็คือความแม่นยำ พวงมาลัยคม คอนโทรลการเลี้ยวได้ดั่งใจ

        สิ่งที่ทดสอบในลำดับถัดมาคงหนีไม่พ้นเรื่องของอัตราเร่งและการเปลี่ยนเกียร์ ซึ่ง New MG3 สอบผ่านสบาย ๆ กับการเปลี่ยนเกียร์ที่ค่อนข้างนุ่มนวล ไม่กระชาก แต่ผมออกจะผิดหวังไปสักหน่อยกับอัตราเร่ง เพราะเครื่อง 1.5 ลิตร กับบอดี้ขนาดกะทัดรัด น่าจะให้อัตราเร่งได้ปราดเปรียวกว่านี้ เพราะหากใช้โหมด Auto ปกติในการขับขี่จะมีช่วงรอรอบอยู่พอสมควรในการเร่งแซง หรือจังหวะที่รถอยู่ในความเร็วต่ำแล้วต้องการคิ๊กดาวน์ไปสู่ความเร็วสูงทันที แต่ถ้าหากรถอยู่ในช่วงลอยตัวแล้วเร่งต่อเนื่องไปก็ถือว่าตอบสนองต่อคันเร่งได้ดีพอสมควรนะครับซึ่งหากเป็นคนที่ขับรถชิลล์ ๆ ค่อย ๆ ไป ค่อย ๆ แซง ก็คงไม่กระไรนัก แต่สำหรับคนเท้าหนัก หรือใจร้อนหน่อย อาจจะไม่ทันใจนัก ซึ่งอาการดังกล่าวก็ลดลงไปเยอะมากเมื่อเปลี่ยนมาใช้โหมด Manual ดังนั้นหากแนะนำ ก็คงต้องบอกว่าหากต้องการเรียกอัตราเร่งให้จี๊ดจ๊าดทันใจ คงต้องใช้เป็นโหมด Manual เอาล่ะครับ

        ต่อมาคือเรื่องของช่วงล่าง อันนี้ชอบเลยครับ ช่วงล่างของ MG3 เซ็ตอัพมาได้ดีมาก เมื่อเทียบกับรถตัวเล็กพิกัดไล่ ๆ กันของแบรนด์คู่แข่ง เพราะนิยามได้สั้น ๆ ว่า “นุ่ม แน่น หนึบ” New MG3 เป็นรถคันเล็กที่มีช่วงล่างนุ่มนวล ขับสบาย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้นิ่มจนยวบยาบให้หวาดเสียวยามเข้าโค้ง ทุกโค้งที่สาดเข้าไป ช่วงล่างของ New MG3 สามารถเกาะโค้งได้แบบหนึบหนับกว่าที่คาด แม้ในช่วงความเร็วสูงก็ตาม และความสามารถของช่วงล่างก็มาแสดงความสามารถอีกครั้งเมื่อเราได้มาทดลองขับในแทร็ก Gymkana ที่มีทางคดโค้ง ขับซิกแซกสลาลอม หลบสิ่งกีดขวาง เลนเชนจ์ ขับวนวงเวียนแคบ ๆ หรือแม้แต่ขับถอยหลังไปในทิศทางต่าง ๆ ซึ่ง New MG3 ก็ตอบสนองได้ดีทั้งในเรื่องของการทรงตัว และความแม่นยำในการเลี้ยว

        จบจากเรื่องช่วงล่าง ก็มาว่ากันต่อในเรื่องของระบบเบรก ซึ่งในส่วนของระบบเบรกนั้น หากยังไม่รู้จัก และไม่คุ้นเคยก็อาจจะรู้สึกว่าเวลาเบรกเจ้า MG3 เหมือนจะไหล ๆ นิด ๆ แต่จริง ๆ แล้วเบรกอยู่นะครับ เพราะการเซ็ตเบรกแบบนี้ มีอยู่ในรถหลาย ๆ ค่าย เรียกได้ว่าเป็นบุคลิกของรถแต่ละค่ายนั่นเอง ซึ่งเพียงปรับความคุ้นเคยสักนิดก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะในการใช้งานจริง เมื่อปรับตัวกับระยะเบรกได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเบรกกะทันหัน หรือเบรกหนัก ๆ ก็อยู่ทุกครั้ง โดยไม่มีอาการสะดีดสะดิ้งอะไรกับช่วงล่าง ทำให้สามารถขับได้อย่างมั่นใจในการขับขี่ช่วงความเร็วต่ำ เสียงในรถเงียบดีมาก แต่เมื่อความเร็วแตะ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็เริ่มมีเสียงลมปะทะกับกระจกมองข้างแทรกเข้ามาให้ได้ยินพอสมควร

       มาถึงเรื่องของระบบ i-SMART อันเป็นไฮไลท์ใหม่ที่โด่งดังอยู่กับรถรุ่นพี่ที่ออกตัวมาก่อนหน้าอย่าง MG ZS ที่ถูกยกเอามาไว้กับเจ้าตัวเล็กคันนี้ ก็สามารถสั่งการทั่ว ๆ ไปได้อย่างสบาย ๆ ไม่ว่าจะเปิดเพลง เปิดแอร์ แต่บอกก่อนนะครับ สำหรับ MG3 นี้ได้ตัดการสั่งการให้รถเปิด-ปิด Sunroof และเปิด-ปิดหน้าต่างคนขับออกไป เนื่องด้วยกายภาพบางประการของตัวรถ แต่ก็มาเพิ่มในส่วนของการอำนวยความสะดวกในด้านความบันเทิง และการเดินทางด้วยแอปพิเศษอย่าง True Music, Wongnai และ Agoda ที่ช่วยให้คุณมีอัลบั้มเพลงออนไลน์ให้ฟังมากกว่า 1 ล้านเพลง พร้อมด้วยผู้ช่วยในการหาที่กิน ที่เที่ยว ที่พักแบบง่าย ๆ ผ่านหน้าจอระบบสัมผัสของ New MG3

         บทสรุปสำหรับเจ้า MG3 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ คงจะบอกได้ว่าเป็นรถที่น่าใช้คันหนึ่ง เพียงแต่มันอาจเป็นรถที่ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน คนที่เหมาะกับรถคันนี้ น่าจะเป็นคนที่เลือกใช้รถมาเพื่อใช้งานในเมือง หรือใช้งานทั่ว ๆ ไป ด้วยขนาดกะทัดรัด แถมด้วยการเลี้ยวที่แม่นยำ วงเลี้ยวแคบ ๆ คอนโทรลง่าย ๆ  คล่องตัว แต่ไม่ได้ต้องการความแรง หรืออัตราเร่งอะไรหวือหวานัก แต่ที่กล่าวแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า New MG3 ไม่สามารถวิ่งทางไกลได้นะครับ ด้วยกำลังเครื่อง 1.5 ลิตร สามารถพาเราไปได้ทั่วประเทศอย่างแน่นอน เพียงแต่คนขับต้องปรับตัวเข้าหาจังหวะการเร่ง การแซงของรถสักนิด เพื่อให้สามารถขับได้อย่างคล่องตัว ประกอบกับระบบ iSMART ก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบเล่นอะไรล้ำ ๆ ไฮเทค ๆ และด้วยสนนราคาที่ไม่แรงนัก แถมเมื่อซื้อ ก็ยังได้แพ็คเกจใช้งานระบบอัจฉริยะ i-SMART ฟรี เป็นระยะเวลา 5 ปี พร้อมบริการหลังการขาย “แพสชั่น เซอร์วิส (Passion Service)” ด้วยการรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) และการให้คำแนะนำผ่านศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1267 (MG Call Centre 1267) รวมไปถึงบริการเช็คระยะนอกสถานที่ (Mobile Services) ก็ทำให้รถรุ่นนี้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นครับ

 

Visitors: 407,487