MG ZS กับวลีแห่งอนาคต “ฮัลโหล เอ็มจี”

       เมื่อเร็ว ๆ นี้ autoindy.net ได้มีโอกาสได้เข้าร่วมการทดสอบสมาร์ทคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดจากค่ายรถสัญชาติอังกฤษอย่างเอ็มจี ภายใต้ชื่อรุ่น “NEW MG ZS” รถรุ่นนี้ แรกเริ่มที่เปิดตัว ก็ดึงดูดความสนใจได้อย่างแรง ด้วยออปชั่นที่บรรจุมาอย่าง “จัดเต็ม” แต่ก็มีข้อสงสัยตามมาอีกหลายอย่างเช่น ระบบที่ว่าไฮเทคจะใช้งานได้จริงหรือ รถเครื่องแค่ 1.5 ลิตรจะแรงพอใช้งานรึเปล่า...ติดตามอ่านกันต่อไปครับ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง

       การทดสอบ MG ZS ในครั้งนี้ ทางทีมงานของเอ็มจี เลือกเส้นทางกรุงเทพฯ - ระยอง ที่รวมระยะทางไป-กลับกว่า 600 กิโลเมตร ให้พวกเราได้ทดสอบการขับขี่กัน โดยเริ่มต้นจากโรงแรม So Bangkok บนถนนสาทร โดยก่อนเริ่มทดสอบ ทีมงานฯ ก็ได้มาแนะนำถึงสเปกรถ และวิธีการใช้งานระบบไฮเทคที่ติดมากับรถให้เราได้รู้จักกัน โดยเฉพาะกับคำว่า “ฮัลโหล เอ็มจี” ซึ่งถือเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญในการสั่งการยนตรกรรมไฮเทคคันนี้

 

       หลังบรรยายกันเสร็จสรรพ ขบวนของเราก็มาขึ้นรถ เตรียมเร่ิมทดสอบ ซึ่งแรกเริ่มที่ได้เข้าไปนั่งภายใน MG ZS ก็พบว่าการออกแบบและตกแต่งรถทั้งภายนอกภายในนั่นทำได้ “ดี” ทำให้รถดู “แพง” กว่าราคาที่ตั้งเอาไว้ไปหลายบาทเลยทีเดียว แค่หน้าตา การตกแต่ง รวมไปถึง Panoramic Sunroof ที่ปกติจะติดตั้งอยู่ในรถราคาเกินล้าน ก็กินขาดรถในเรทราคาเดียวกันไปได้แบบสบาย ๆ

        เมื่อเริ่มการเดินทางผมเป็นมือแรกในการขับขี่ ก็ขับไปเรื่อย ๆ ปล่อยให้คู่บัดดี้ ที่นั่งไปด้วยกันนั่งเล่น “ฮัลโหล เอ็มจี” สั่งนู่นนี่นั่นไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งเปิด-ปิด Sunroof หรี่หรือเร่งระบบปรับอากาศ หรือแม้แต่แกล้งผมโดยการสั่งให้เปิดหน้าต่างคนขับ ก็สนุกสนานกันไปแหละครับ ทำเอาเพลิน กับการเล่นสนุกจนเกือบขับผิดทาง ซึ่งจากการใช้งานในระบบนี้ก็พบกว่า เจ้า i-SMART นี่สามารถตอบสนองได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว แถมยังสั่งการเป็นภาษาไทยง่าย ๆ ด้วย แม้ว่าจะมีบางครั้งที่ระบบดูจะ “งง” กับคำสั่งอยู่บ้าง แต่พอย้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้งก็สามารถทำงานได้ครบถ้วน ซึ่งจากปัญหาดังกล่าวนี้ เมื่อได้พูดคุยกับวิศวกรในภายหลัง ก็ทำให้ทราบว่าระบบ i-SMART นี้ ถือเป็นระบบ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่สามารถเรียนรู้ได้ ทำให้ยิ่ง “คุย” กับระบบมากเท่าไหร่ ระบบก็จะเรียนรู้ที่จะจดจำโทนเสียง วิธีการออกคำสั่ง มากขึ้นเรื่อย ๆ เรียกว่ายิ่งคุยด้วยมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสั่งงานได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ซึ่งสำหรับผมระบบนี้สอบผ่านไปได้แบบสบาย ๆ

 

        สิ่งต่อมาที่เราต้องคำนึงถึงสำหรับการการทดสอบรถยนต์ก็คือในเรื่องของสมรรถนะ สำหรับเจ้า MG ZS คงต้องบอกว่าเป็นรถที่ออกแบบมาสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ ที่ต้องการรถเอนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย แต่ไม่ได้ต้องการความแรง เพราะเครื่องยนต์ เบนซิน DOHC VTi-TECH 4 สูบ 1.5 ลิตร ที่มีกำลังสูงสุด114 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ซึ่งทำงานด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดพร้อม Manual Mode นั้น ในความรู้สึกของผมมันก็ไม่ได้อืดอย่างที่หลาย ๆ คนพูด เพียงแต่ไม่ได้จี๊ดจ๊าดเหมือนรถเทอร์โบฯ หรือรถเก๋งคันเล็กเครื่องใหญ่สไตล์สปอร์ตหลาย ๆ รุ่น แต่มันก็สามารถตอบสนองต่อการใช้งานทั่ว ๆ ไปได้แบบเหลือเฟือ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งแซงบนถนนหลวงในการขับปกติ หรือการขับขึ้นเนินชัน ๆ ก็ทำได้ดีสมตัว เพียงแต่ควรจะรู้จังหวะในการขับสักนิด โดยเฉพาะในช่วงเร่งแซงนั้น หากรอบเครื่องยนต์อยู่ต่ำกว่า 3,000 รอบ ก็อาจจะมีจังหวะรอรอบอยู่นิดหน่อย ซึ่งก็แก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยการผลักเกียร์มาอยู่ในโหมดแมนนวล แล้วเชนจ์เกียร์ลงมาสักหนึ่งเกียร์ ทั้งรอบ และแรงก็จะมารอให้แซงได้สบายขึ้นครับ แล้วอีกอย่างก็คือในการขับรถในชีวิตจริง ถ้าเรารู้ว่าจังหวะไม่ควรแซง เพราะรถไม่ได้แรงมาก เราก็ยังไม่ต้องแซงสิครับ จะขับแซงให้เสี่ยงทำไม่ ชีวิตไม่ใช้เกมส์ครับ พลาดไปรีเซ็ตไม่ได้นะครับ !!!

 

        ส่วนเรื่องอัตราสิ้นเปลืองนั้น ตอนแรกที่ขับเห็นรอบเครื่องยนต์ค่อนข้างสูง ผมกับคู่ที่นั่งไปด้วยกันคุยกันอยู่ว่าไม่น่าจะประหยัดนัก แต่ผลทดสอบที่ออกมาจากการขับปกติด้วยความเร็วไม่เกิน 120 ตามกฏหมายกำหนด มีการเร่งแซงเป็นบางช่วง มีการเบรกบ้างตามสภาพเส้นทาง ก็ยังได้ค่าเฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองประมาณ 13 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อมาเทียบกับสมาชิกในกรุ๊ปทดสอบ ก็มีตั้งแต่ 8-14 กิโลเมตรต่อลิตรตามแต่น้ำหนักเท้าและสไตล์การขับขี่ ซึ่งก็ถือว่าดีเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับขนาดเครื่องและน้ำหนักรถ

        ในการขับขี่นอกเหนือจากเรื่องความแรง และความประหยัดแล้ว เรื่องของช่วงล่างก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มองข้ามไปไม่ได้ MG ZS สอบผ่านในเรื่องการเซ็ตช่วงล่างไปได้อย่างสบาย ซึ่งหากเทียบกับรถค่ายเดียวกันรุ่นก่อนหน้าทั้งหลาย MG ZS ถือได้ว่ามีช่วงล่างที่นุ่มนวลกว่าพี่ ๆ อย่างเห็นได้ชัด แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงความ “เฟิร์ม” เอาไว้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงความเร็วใช้งาน ไม่เกิน 120 กิโลเมตร / ชั่วโมง ที่ยังเกาะโค้งได้อย่างหนึบหนับ แต่หากความเร็วเกินกว่านี้ก็จะมีอาการโคลงตัวเพิ่มความขึ้นไปตามความเร็วตามสไตล์รถสูงนั่นเองครับ

 

         สิ่งที่ขอบอีกอย่างหนึ่งก็คือระบบพวงมาลัยที่สามารถปรับได้ถึง 3 ระดับผ่านหน้าจอ คือ โหมด City, Standard และ Sport ซึ่งพอปรับแล้วก็จะรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของพวงมาลัยที่เปลี่ยนไปทันที แถมเมื่อขับเร็วขึ้น MG ZS ก็ฉลาดพอที่จะปรับน้ำหนักขึ้นไปอีก 1 สเต็ปให้โดยอัตโนมัต ทำให้สามารถคอนโทรลรถได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นด้วย

        ข้อดีอีกอย่างหนึ่ง ที่คิดว่าเป็นความคุ้มค่าของ MG ZS ก็คือในเรื่องของความปลอดภัย ที่จัดเต็มมาแบบฟลูออฟชั่น คือ ระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) เทคโนโลยีปกป้องทุกชีวิตในห้องโดยสาร และระบบ Synchronized Protection System 9 ระบบ ประกอบด้วย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution) ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist) ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System) ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal) ตลอดจนถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวมทั้งหมด 6 จุด

 

        สรุปโดยรวมก็คือ MG ZS เป็นรถที่คุ้มค่าเกินราคา ทุกบาท ทุกสตางค์ แต่เป็นรถที่เหมาะกับคนที่ไม่ได้ต้องการความแรงสไตล์รถซิ่ง เพราะรถคันนี้เป็นรถที่สามารถขับได้ในทุกเส้นทาง เพียงแต่อาจจะต้องใจเย็นสักนิด เรียกว่าถ้ารักความแรง รถคันนี้คงไม่เหมาะกับคุณครับ แต่ถ้าอยากได้รถครอบครัวคุ้ม ๆ สักคันล่ะก็ MG ZS เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ คันหนึ่งเลยทีเดียว เพราะด้วยสนนราคาที่เริ่มต้นเพียง 679,000 บาท ในรุ่นเล็กสุดคือรุ่น C ไล่ไปจนถึงรุ่นกลาง คือรุ่น D ราคา  729,000 บาท ปิดท้ายด้วยตัวท็อปที่จัดเต็มตามที่ผมเล่าไป กับราคา 789,000 บาท คงจะหารถที่มีออฟชั่นมากกว่านี้ไม่ได้ในปัจจุบัน

        เอาเป็นว่ายังไม่ต้องเชื่อผม แต่ถ้าคุณมีเวลา...ลองไปสัมผัส ไปขับดูที่โชว์รูมครับ แล้วคุณอาจจะเป็นอีกคนหนึ่งที่ติดใจ “ฮัลโหล เอ็มจี” ก็เป็นได้

 

 

 

 

Visitors: 424,697