เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์ RANGE ROVER VELAR ความลงตัวระหว่างความเรียบง่ายและเทคโนโลยี

          เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการรถยนต์จากัวร์และแลนด์   โรเวอร์ ได้จัดงาน New Range Rover Velar Sneak Peek Preview เพื่อเป็นการเปิดตัวรถยนต์เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด Range Rover Velar (เรนจ์โรเวอร์เวลาร์) เพื่อให้สื่อมวลชนบางส่วน และลูกค้าวีไอพีได้ชมโฉมหน้าของรถรุ่นนี้ ณ บ้านพักรับรอง เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ ก่อนจะเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายในงาน Big Motor Sale 2017 นี้

           Range Rover Velar  รถสปอร์ตเอสยูวี ที่มาพร้อมกับความเรียบง่ายและสง่างามผนวกเข้ากับเทคโนโลยีที่เรนจ์โรเวอร์มุ่งพัฒนาเพื่อลูกค้า โดย เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์ เป็นสมาชิกรุ่นที่ 4 จากครอบครัว เรนจ์โรเวอร์ เป็นการเติมเต็มช่องว่างระหว่าง เรนจ์โรเวอร์ อีโวค (Range Rover Evoque) และเรนจ์โรเวอร์ สปอร์ต (Range Rover Sport) โดยยึดหลักการออกแบบตามทฤษฎีแยกส่วนเพื่อลดวามซับซ้อน นับเป็นการพัฒนาขึ้นไปอีกระดับภายใต้แบรนด์ เรนจ์ โรเวอร์

           Range Rover Velar มี 5 องค์ประกอบหลักของคือมีระบบการขับขี่ที่ง่ายดายไม่มีความซับซ้อนแต่เน้นคุณภาพและสมรรถนะของรถที่แท้จริง, มีการออกแบบวิศวกรรมที่แน่วแน่ในแนวคิด “ทฤษฎีแยกส่วน” (reductionism) ด้วยความเชื่อว่าสิ่งที่ซับซ้อนถูกอธิบายได้ด้วยส่วนย่อยๆที่ไม่ซับซ้อน, มีความโออ่าหรูหรา, มีการออกแบบภายในที่เน้นความเงียบสงบและสะดวกสบาย และมีการผสมผสานความเรียบหรูด้วยวัสดุชั้นเยี่ยมและการออกแบบที่ลงลึกถึงรายละเอียด เน้นความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย เช่น แผงควบคุมที่ซ่อนอยู่อย่างกลมกลืน

           Range Rover Velar เป็นรถที่รวบรวมเอาเทคโนโลยีขั้นสูง การออกแบบที่ดึงดูดใจและลงลึกในรายละเอียดที่ชัดเจนเข้าไว้ด้วยกัน การสร้างสรรค์สาระและความบันเทิงผ่านระบบอินโฟร์เทนเมนท์ใหม่ล่าสุดจาก Touch Pro Duo หลอดไฟหน้า Matrix LED ที่บางเฉียบเน้นความโฉบเฉี่ยว บานพับที่จับประตูเรียบหรูกลืนไปกับตัวรถ เสริมความสง่างามด้วยสีทองแดงมันวาวซึ่งเป็นโทนสีสำหรับรถยนต์ที่มาแรงในอนาคต

           Range Rover Velar มีระยะฐานล้อ 2,874 มม.และการออกแบบภายในอย่างลงตัวทำให้กว้างขวางสะดวกสบายเพียงพอสำหรับผู้โดยสารทุกคน พื้นที่จัดเก็บสัมภาระความจุ 673 ลิตร ระบบกันสะเทือนช่วงล่างแบบคอยล์สปริง (Coil Spring) ในรุ่นมาตรฐาน พัฒนาปรับแต่งด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Adaptive Dynamics เพื่อให้ทุกรุ่นสามารถควบคุมการขับขี่ได้อย่างง่ายดายและสะดวกสบาย ร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ยิ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำในสมรรถนะการขับขี่ในทุกสภาพภูมิประเทศและความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างรถยนต์และผู้ขับขี่ได้อย่างสูงสุด

           รถรุ่นนี้ รวบรวมเอาเทคโนโลยีในการควบคุมระบบการขับขี่ในรถยนต์ รวมถึงระบบตั้งค่าโหมดขับขี่แบบอัตโนมัติตามสภาพภูมิประเทศและพื้นผิวถนน (Terrain Response) ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากระบบเดิมในปี 2013 เพื่อใช้ในรถยนต์แลนด์โรเวอร์โดยเฉพาะ ระบบควบคุมความเร็วตามสภาพถนน (All Terrain Progress Control) ระบบช่วยป้องกันไม่ให้ล้อหมุนฟรี บนพื้นผิวที่มีแรงเสียดทานต่ำ (Low Traction Launch) ระบบควบคุมขณะขับลงทางลาดชัน (Hill Descent Control) และระบบควบคุมการปล่อยแรงเบรกขณะเคลื่อนตัวบนทางลาดชัน (Gradient Release Control) รวมถึงมีความสามารถในลากจูงน้ำหนักสูงถึง 2,500 กิโลกรัม

           Range Rover Velar ถูกสร้างขึ้นจากอะลูมิเนียมคุณภาพสูงน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งเอกสิทธิ์ของแลนด์โรเวอร์ แบบเดียวกับที่ใช้ในจากัวร์ และเวลาร์จะเป็นบทถัดไปในเรื่องราวความสำเร็จของ เรนจ์ โรเวอร์ ด้วยการออกแบบที่แม่นยำและพิถีพิถันในทุกๆรายละเอียดเพื่อถ่ายทอดความเป็นเรนจ์ โรเวอร์ให้ชัดเจนในทุกกระเบียดนิ้วให้สมกับเป็นตัวแทนยานยนต์รุ่นถัดไปในตระกูล เรนจ์ โรเวอร์ ดีไซน์ของ Range Rover Velar มีความสวยงามอย่างสมดุลในทุกสัดส่วนอันทรงพลังแต่ปราดเปรียวในทุกมุมมองจากด้านหน้าจรดท้ายขณะที่ระยะฐานล้อกว้างใหญ่มีส่วนสำคัญช่วยเสริมให้ตัวรถมีความสง่างามและช่วยเสริมความสวยงามกว้างขวางภายในห้องโดยสารให้เพิ่มมากขึ้นด้วย

           ล้ออัลลอยด์ที่มีขนาดใหญ่ถึง 21 นิ้ว  หลอดไฟหน้า LED มีความเพรียวบางมากที่สุดเท่าที่แลนด์โรเวอร์เคยมีมา มือจับบานพับประตูลดรูปร่างลงเพื่อลดแรงต้าน เสริมความเพรียวของตัวรถและกลมกลืนสายตา Range Rover Velar ถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในจำนวนรถยนต์ที่แลนด์โรเวอร์ เคยผลิตมา

           เมื่อมองเข้าไปภายในห้องโดยสารจะเห็นความเรียบหรูแต่มีรายละเอียดความซับซ้อนในการออกแบบและตกแต่ง โดยยึดหลักการออกแบบตามทฤษฎีแยกส่วนที่ซับซ้อนออกจากกันเพื่อให้สามารถกำหนดรายละเอียดแต่ละส่วนได้อย่างง่ายดายและมีคุณภาพ รวมทั้งลดจำนวนปุ่มควบคุมต่างๆให้ดูกลมกลืนสายตาในทุกมุมมองมากขึ้น 

           หัวใจหลักอีกประการหนึ่งในการออกแบบ Range Rover Velar คือ เทคโนโลยีที่ส่งผ่านระบบอินโฟเทนเมนท์ สาระและความบันเทิงภายในห้องโดยสาร Touch Pro Duo ประกอบด้วย 2 หน้าจอระบบสัมผัสบางเฉียบความละเอียดสูงขนาด 10 นิ้ว ระบบการแสดงผลและใช้งานสามารถทำได้ง่ายดายไม่ซับซ้อน ถูกติดตั้งไว้ภายในอย่างกลมกลืนเรียบเนียนไร้รอยต่อด้วยเทคนิคเฉพาะของ แลนด์โรเวอร์ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับการออกแบบภายนอก ทั้งหมดนี้ คือ ความน่าประทับใจในการออกแบบทั้งภายในและภายนอกของเวลาร์

           Range Rover Velar ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ การออกแบบภายในเลือกใช้วัสดุที่มุ่งสนับสนุนความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูงทดแทนหนังแท้ในการห่อหุ้มเบาะที่นั่ง โดยวัสดุจาก Dapple Grey เหล่านี้ได้ถูกพัฒนาโดยบริษัท Kvadrat ซึ่งเป็นผู้ผลิตสิ่งทอดีไซน์ชั้นนำของยุโรปมาเป็นเส้นใยผ้ากันน้ำ (Suede cloth) โดยมีสีให้เลือก คือ ดำ (Ebony) หรือ เทา (Light Oyster)

           ด้วยแพลทฟอร์มอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาที่แข็งแกร่งทนทานเป็นพิเศษ กับระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่ (double-wishbone) และด้านหลังแบบอินทิกรัลลิงค์ Integral Link ซึ่งเป็นระบบพื้นฐานในทุกคันของ Range Rover Velar ทำให้ รถรุ่นนี้เป็นรถยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อความสมบูรณ์แบบสำหรับการใช้งานที่คล่องตัวสะดวกสบายรวมทั้งสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม

           ยิ่งไปกว่านั้น Range Rover Velar ได้ยกระดับการป้องกันความผิดพลาดทั้งด้านสมรรถนะและความปลอดภัยให้สูงขึ้น         ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันทดสอบที่มีความน่าเชื่อถือในระดับโลกมาแล้ว ทั้งนี้ ระบบความปลอดภัยแบบบูรณาการล่าสุดของเวลาร์ ได้รวมถึง ถุงลมนิรภัย 6 จุด ตลอดจนเทคโนโลยีขั้นสูงในระบบช่วยเหลือคนขับ อาทิ เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมการตรวจสอบคนเดินถนน (Autonomous Emergency Braking/pedestrian detection) ระบบควบคุมความเร็วรถแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชั่นหยุดและออกตัวอัตโนมัติ และระบบแจ้งเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า

           สำหรับด้านสมรรถนะ  Range Rover Velar มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (all-wheel drive system) มีความสูงจากพื้นรถวัดจากพื้นถนนถึงส่วนที่ต่ำสุดของรถ 251 มิลลิเมตร ระยะลุยน้ำความลึกได้ 650 มิลลิเมตร และแน่นอนเวลาร์มีคุณสมบัติความสามารถในการควบคุมการขับขี่โดยปรับตามสภาพภูมิประเทศและพื้นผิวถนนได้เช่นเดียวกับรถยนต์รุ่นอื่นของ แลนด์ โรเวอร์ รวมทั้งเทคโนโลยีล่าสุด Terrain Response อีกด้วย

           นอกเหนือจากสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมและประสิทธิภาพความประหยัดแล้ว เครื่องยนต์ดีเซลของที่บรรจุอยู่ภายใต้ฝากระโปรงของรถรุ่นนี้ ยังมาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ ZF8 สปีดที่ตอบสนองได้ดีและระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ขุมพลังของเครื่องยนต์ 4 กระบอกสูบดีเซล Ingenium 180 แรงม้า อัตราปลดปล่อยก๊าซ CO2 เพียง 145 กรัม/กม.แรงบิด 430 นิวตันเมตร

           สำหรับสนนการราคาจำหน่าย Range Rover Velar เร่ิมต้นที่รุ่น New Range Rover Velar S5,999,000 บาท ตามด้วย New Range Rover Velar S R-Dynamic6,499,000 บาท ปิดท้ายด้วยรุนท็อป New Range Rover Velar HSE6,999,000 บาท

Visitors: 403,450