เปิดตัว Mercedes-Benz GLC Coupé รถยนต์เอสยูวีรุ่นประกอบในประเทศ และ Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé ครอสโอเวอร์สายพันธุ์แรงรุ่นล่าสุด

           บริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวยนตรกรรมประกอบในประเทศรุ่นล่าสุดอย่าง  “GLC 250 d 4MATIC Coupé” รถยนต์ที่ผสานความอเนกประสงค์ของรถยนต์สไตล์เอสยูวีและความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวของรถยนต์คูเป้เข้าไว้ด้วยกันพร้อมเสริมทัพเอาใจลูกค้าที่ชื่นชอบความเร็วด้วยสมาชิกลำดับที่ 9 ในกลุ่ม Mercedes-AMG กับรถสไตล์ครอสโอเวอร์สมรรถนะสูงอย่าง Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé           

          เมื่อเร็ว ๆ นี้บริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัดตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์หรูรุกหนักผลิตภัณฑ์กลุ่มเอสยูวีเปิดตัวยนตรกรรมประกอบในประเทศรุ่นล่าสุดอย่าง“GLC 250 d 4MATIC Coupé”รถยนต์ที่ผสานความอเนกประสงค์ของรถยนต์สไตล์เอสยูวีและความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวของรถยนต์คูเป้เข้าไว้ด้วยกันพร้อมเสริมทัพเอาใจลูกค้าที่ชื่นชอบความเร็วด้วยสมาชิกลำดับที่ ในกลุ่มMercedes-AMG สไตล์ครอสโอเวอร์สมรรถนะสูงอย่าง  Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ

 

                   มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหารบริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่ารถยนต์ตระกูลเอสยูวีถือเป็นกลุ่มรถยนต์ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมากดังจะเห็นได้จากในปีที่ผ่านมากลุ่มรถยนต์เอสยูวีเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตสูงสุดด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 706,170 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ34.4เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าดังนั้นเพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์หรูรวมถึงเพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะไม่หยุดนิ่งในการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้และวันข้างหน้าเราจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการและทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง

          “รถยนต์รุ่นประกอบในประเทศถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เราตั้งใจนำเสนอให้กับลูกค้าทุกท่านโดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัดและบริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัดได้ทำงานร่วมกันเพื่อศึกษาและคาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งพร้อมทั้งคัดเลือกรุ่นรถยนต์ที่ดำเนินการประกอบภายในประเทศเพื่อให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุดรวมถึงมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆของรถให้เหมาะสมกับสภาพท้องถนนตลอดจนลักษณะการขับขี่และการใช้งานในเมืองไทยซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ถือเป็นแบรนด์รถหรูเพียงแบรนด์เดียวในประเทศไทย ที่มีการประกอบรถยนต์ภายในประเทศครบทั้ง ขั้นตอนหลักตั้งแต่การประกอบโครงสร้างตัวถังรถ (Body shop) ซึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วนที่มีทั้งเหล็กชนิดพิเศษ และอลูมิเนียมเพื่อความแข็งแรง และน้ำหนักเบาการทำสี (Paint) ซึ่งใช้มาตรฐานการทำสีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และการประกอบขั้นสุดท้าย (Final Assembly) ด้วยความพิถีพิถันโดยมีการใช้อะไหล่ที่ผลิตในประเทศมากกว่า 40% ภายใต้มาตรฐานคุณภาพการประกอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์จากบริษัทเดมเลอร์เอจีประเทศเยอรมนีนอกจากนี้ทางบริษัทฯยังถือเป็นค่ายรถยนต์หรูเพียงรายเดียวในประเทศไทยที่นำเสนอรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศที่มีจำนวนรุ่นให้เลือกสรรมากที่สุดโดยหลังจากการเปิดตัว The GLC Coupé รุ่นประกอบประเทศไทยวันนี้จะส่งผลให้ในปัจจุบันทางบริษัทฯได้นำเสนอรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศถึง 21 รุ่นครอบคลุมทั้งกลุ่ม Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car และSUVรวมถึงรถยนต์เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดภายใต้แบรนด์ EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz อีกด้วยทั้งนี้เรายังคงตั้งใจที่จะผลิตรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศเพิ่มมากขึ้นในอนาคตเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยให้ดีที่สุดมร. ไมเคิลกล่าวเพิ่มเติม  

           มร.ฟรังค์ชไตน์อัคเคอร์รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาดบริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่าสำหรับประเทศไทยรถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีนั้นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าด้วยเช่นกันซึ่งความสำเร็จครั้งนี้มีผลจากการที่เมอร์เซเดส-เบนซ์นำเสนอรุ่นรถยนต์ที่หลากหลายสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าผู้ชื่นชอบรถยนต์ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตทั้งการเดินทางในเมืองและนอกเมืองได้เป็นอย่างดีโดยปัจจุบันเมอร์เซเดส-เบนซ์มีรถยนต์กลุ่มเอสยูวีทั้งหมด 11 รุ่นที่ครอบคลุมทุกขนาดและเซ็กเมนต์ได้แก่ GLA 200 Urban, GLA 250 AMG Dynamic, GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD,  GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic, GLE 500 e 4MATIC Exclusive, GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic, GLE 350 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic, GLS 350 d 4MATIC AMG Premium, G 350 d Sport รวมถึงรถยนต์รุ่นล่าสุดที่เปิดตัวในวันนี้อย่าง GLC 250 d 4MATIC Coupé AMG DynamicและGLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Plus”

           “GLC 250 d 4MATIC Coupé”รุ่นประกอบในประเทศไทยเป็นยนตรกรรมขับเคลื่อนแบบ4ล้อที่ผสานความอเนกประสงค์ของรถยนต์สไตล์เอสยูวีและความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวของรถยนต์คูเป้เข้าไว้ด้วยกันซึ่งThe GLC Coupéมีให้เลือกสรรถึง2แบบคือGLC 250 d 4MATIC Coupé AMG DynamicและGLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Plus ที่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ดูปราดเปรียวด้วยลายเส้นโค้งเว้าให้ความรู้สึกพลิ้วไหวรวมถึงการออกแบบภายในที่เน้นความหรูหราทันสมัยแต่ขณะเดียวกันก็ยังคงกลิ่นอายของความสปอร์ตเอาไว้เช่นเดิม

            นอกจากนี้ทางบริษัทฯยังตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของรถยนต์สมรรถนะสูงผ่านการนำเสนอรถยนต์รุ่นMercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupéเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความแรงของเครื่องยนต์ ดังคำนิยามที่ว่า  “Driving Performance”ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้นับเป็นสมาชิกลำดับที่9ภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMGที่มาเติมเต็มพอร์ทโฟลิโอให้ครบครันมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นMercedes-AMG A 45 4MATIC, Mercedes-AMG CLA 45 4MATIC, Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC, Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG C 63 S Coupé, Mercedes-AMG SLC 43, Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG GT S ก่อนหน้านี้ ซึ่งรถยนต์รุ่นMercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupéมาพร้อมกับเครื่องยนต์  V6ผสานพลังกับเกียร์อัตโนมัติแบบ9จังหวะ(9G-TRONIC)ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายมร.ฟรังค์กล่าวปิดท้าย

 

GLC 250 d 4MATIC Coupé รุ่นประกอบในประเทศไทย

           ยนตรกรรมที่ผสานความอเนกประสงค์ของรถยนต์สไตล์เอสยูวีและความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวของรถยนต์คูเป้เข้าไว้ด้วยกันพร้อมโดดเด่นด้วยการขับเคลื่อนแบบ4ล้อที่สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างลงตัวโดยรถยนต์รุ่นนี้มีกลุ่มเป้าหมายคือลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตทั้งการเดินทางในเมืองและนอกเมืองได้เป็นอย่างดีซึ่งThe GLC Coupéรุ่นประกอบในประเทศไทยมีให้เลือกสรรถึง2แบบคือGLC 250 d 4MATIC Coupé AMG DynamicและGLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Plusที่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ดูปราดเปรียวด้วยลายเส้นโค้งเว้าให้ความรู้สึกพลิ้วไหวรวมถึงการออกแบบภายในที่เน้นความหรูหราทันสมัยแต่ขณะเดียวกันก็ยังคงกลิ่นอายของความสปอร์ตเอาไว้เช่นเดิมรวมถึงการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดและระบบความปลอดภัยมาตรฐานเมอร์เซเดส-เบนซ์เพื่อมอบความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทยทุกท่าน

           ดีไซน์ภายนอกของทั้ง2รุ่นมาพร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่มีสัญลักษณ์โลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์ขนาดใหญ่ตรงกลางเสริมไฟหน้าแบบLED Intelligent Light Systemและไฟdaytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบLED fibre-opticเพื่อการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพเส้นสายหลังคาและลายเส้นด้านข้างถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้ายที่เน้นดีไซน์แบบ  เรียบหรูล้ำสมัยเสริมโครงสร้างตัวรถให้ดูทรงพลังและสง่างามไปพร้อมกันด้านท้ายเพิ่มความแข็งแกร่งดุดันด้วยปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม2ท่อพร้อมด้วยชุดแต่งAMG bodystyling(กันชนหน้า-หลัง),ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจากAMGแบบmulti-spokeขนาด20 นิ้วระบบกันสะเทือนแบบDYNAMIC BODY CONTROL, หลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

 

           ดีไซน์ภายในของ The GLC-Class Coupé มาพร้อมจุดเด่นภายในห้องโดยสารอย่างแดชบอร์ดและคอนโซลกลางที่มีขอบลายเส้นที่ดูไหลลื่นโดยแผงคอนโซลที่มีขนาดใหญ่และถูกออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวนี้วางทอดตัวยาวจากช่องลมระบบปรับอากาศบริเวณตรงกลางของแผงหน้าปัดลงมาจนถึงพนักวางแขนบริเวณกึ่งกลางระหว่างเบาะที่นั่งของผู้ขับขี่กับผู้โดยสารตอนหน้าซึ่งเส้นสายบริเวณแผงคอนโซลที่ดูเรียบง่ายแต่เร้าอารมณ์ช่วยให้ห้องโดยสารดูกว้างขวางเรียบง่ายและล้ำสมัยยิ่งขึ้นนอกจากนี้รถยนต์ทั้ง แบบยังมาพร้อมกับพวงมาลัยนิรภัยพร้อมเพาเวอร์ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถเพื่อเสริมความรู้สึกสปอร์ตให้มากขึ้นและช่วยเสริมความรู้สึกสปอร์ตเมื่อเลือกใช้โหมดของระบบกันสะเทือนแบบ COMFORT, SPORT และ SPORT+, ระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO, ฟังก์ชัน ECO start/stop, ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ2 โซน, เบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมบันทึกหน่วยความจำโดยเบาะนั่งด้านหลังสามารถพับได้ทั้ง 1:3/2:3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้นซึ่งรถยนต์รุ่นนี้มีพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่กว้างขวางด้วยความจุ 500-1,400 ลิตรซึ่งนับเป็นความจุที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์กลุ่มเดียวกันรวมถึงระบบมัลติมีเดียอย่างระบบวิทยุ-ซีดีMB Audio 20,ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบBluetooth,ระบบควบคุมและสั่งงานด้วยtouchpadและระบบรองรับการใช้งานอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง, ระบบแผนที่นำทาง (SD-Card Navigation System), ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester®, ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display)โดย GLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Plus ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังแบบสปอร์ตพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตท้ายตัดชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ตเบาะนั่งหุ้มหนังแบบสปอร์ตและพรมปูพื้นพร้อมสัญลักษณ์ AMG

           ความปลอดภัยและเทคโนโลยีของ The GLC Coupé มาพร้อมกับระบบ “Mercedes-Benz Intelligent Drive” เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุดด้วยระบบการช่วยเหลือและระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพโดยระบบดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากแนวคิดการปกป้องก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุเข้าไว้ด้วยกันภายใต้ระบบควบคุมอัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียวที่ทำงานสอดประสานกันไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ  PRE-SAFE® system, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program - ESP®) พร้อมระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมปะทะด้านข้าง (Crosswind Assist), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-Start Assist,ไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system – ABS), ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST), ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC), กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง,ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist),ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator), ระบบเตือนแรงดันยาง (Tyre pressure loss warning system), เป็นต้นพร้อมทั้งระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ ABA (Active Brake Assist system) ที่เพิ่มขึ้นมาสำหรับรถยนต์ The GLC-Class Coupé รุ่นประกอบในประเทศโดยเฉพาะ

           นอกจากนี้รถยนต์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับระบบส่งกำลังที่รองรับระบบ DYNAMIC SELECT ซึ่งมีโหมดการขับขี่5แบบคือ ECO ที่ช่วยปรับการขับขี่เข้าสู่ระบบประหยัดน้ำมัน, INDIVIDUAL ที่สามารถบันทึกรูปแบบการขับขี่ที่ผู้ขับขี่กำหนดไว้ได้, COMFORT ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลายสะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน, SPORT และ SPORT+ เน้นการเพิ่มความเร้าใจให้กับการขับขี่มากยิ่งขึ้น

Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé

           Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupéรถยนต์เอสยูวีคูเป้รุ่นล่าสุดจากค่าย AMG ที่มาพร้อมระบบส่งกำลัง AMG Performance 4MATIC และความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวจากดีไซน์ภายนอกจากชุดตกแต่ง AMG bodystyling (กันชนหน้า-หลัง)ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจากAMGแบบ ก้านขนาด 21 นิ้ว, AMG Spoiler-lip (สปอยเลอร์ด้านหลังบนฝากระโปรงท้าย), ปลายท่อไอเสีย ท่อ (4-pipe look), ท่อไอเสียแบบ AMG Sports exhaust system, ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน, คาลิปเปอร์เบรกสีเทาพร้อมสัญลักษณ์ AMG และช่วงล่างแบบ AMG sports Suspension Based on AIR BODY CONTROL ซึ่งมาช่วยเสริมความดุดันให้กับรถยนต์รุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

           ดีไซน์ภายในโดดเด่นด้วยเบาะที่นั่งหุ้มหนังแบบสปอร์ตโดยเบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจำ, ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตท้ายตัด, พวงมาลัยนิรภัยพร้อมพาวเวอร์ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ, กาบบันไดเรืองแสงประตูหน้าแบบ AMG และ AMG DYNAMIC SELECT และอุปกรณ์มัลติมีเดียอย่างวิทยุ-ซีดี MB Audio 20,ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester®,ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad, ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Bluetooth), ระบบนำทางรวมถึงหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

           ด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยีมาพร้อมกับระบบ DYNAMIC SELECT ที่มีโหมดการขับขี่อันหลากหลายซึ่งทำให้ผู้เป็นเจ้าของสามารถสัมผัสถึงการขับขี่แบบเร้าใจหรือการขับขี่แบบนุ่มสบายตลอดการเดินทางได้ในคันเดียวโดย DYNAMIC SELECT มีโหมดการขับขี่4แบบคือ INDIVIDUAL ที่สามารถช่วยจดจำรูปแบบการขับขี่ของผู้ขับได้, CONFORTที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลายสะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน, SLIPPERY เหมาะกับการวิ่งบนถนนที่ลื่น, SPORTเน้นการเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้นนอกจากนี้รถรุ่นนี้ยังได้ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบอากาศพร้อมระบบควบคุมระดับADS (Adaptive Damping System) เพื่อรองรับการขับขี่ในทุกสภาพถนนและระบบความปลอดภัยอื่นๆอย่างครบครัน 

Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC และเครื่องยนต์แบบ V6 เทอร์โบคู่ที่มีจุดเด่นในเรื่องระบบแรงดันเสริมท่อสำหรับนำอากาศของชุดเทอร์โบ (boost pressure) ส่งผลให้สามารถเพิ่มแรงม้าและแรงบิดของเครื่องยนต์รุ่นนี้ได้

         โดยรถยนต์รุ่น“GLC 250 d 4MATIC Coupé”นำเสนอในสองรุ่นย่อยได้แก่ GLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Dynamic ราคา3,990,000บาทและ GLC 250 d 4MATIC Coupé AMG Plus ราคา 3,990,000 บาท  ส่วน Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé นำเสนอในราคา 5,790,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้แล้วที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ

 

pastedGraphic.png

Visitors: 403,445