ALL NEW MAZDA2 พาเจ้าตัวเล็กขึ้นดอยตุง..ทดสอบขุมพลัง CLEAN DIESEL

 

         ปัจจุบัน ใคร ๆ ก็พูดกันถึงเรื่องของเครื่องยนต์ CLEAN DIESEL หรือเครื่องยนต์ดีเซลแห่งอนาคต ที่เน้นเรื่องของความประหยัด และมลพิษต่ำ ซึ่งในกลุ่มรถเยอรมัน รถยุโรปเริ่มนำเครื่องยนต์ดีเซลเจนเนอเรชั่นใหม่ มาใช้กับบรรดารถเก๋งในค่ายมาได้สักพักแล้ว แต่ล่าสุดค่ายรถญี่ปุ่นอย่าง MAZDA ก็ได้จับเครื่องยนต์ CLEAN DIESEL มาใส่ไว้กับรถเล็กอย่าง ALL NEW MAZDA2 พร้อมเสริมด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ค่ายนี้ภูมิใจนำเสนอแบบสุด ๆ คือ “SKY ACTIVE” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาโดยใส่ใจในทุก ๆ จุดของรถยนต์ เพื่อให้ช่วยเสริมการทำงานกันจนได้รถที่ทั้ง “แรง” และ “ประหยัด” โดยหลังจากเปิดตัวเคาะราคาไปไม่นาน MAZDA2 ก็ถูกกล่าวขวัญกันอย่างมากมาย ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น สวยงาม พร้อมด้วยข้อมูลที่กล่าวว่าเจ้าขุมพลัง SKYACTIV-D CLEAN DIESEL 1.5 ลิตร ที่มาพร้อมกับเทอร์โบแปรผัน ซึ่งพกพาแรงม้ามา 105 ตัว นี้ทั้งแรงและประหยัด จึงมีคนที่อยากรู้ถึงสมรรถนะจริง ๆ ของรถรุ่นนี้เสียที

          และแล้วโอกาสอันดีก็มาถึง เมื่อทางทีม PR ของ MAZDA ได้เชิญผมไปเข้าร่วมทดสอบรถ MAZDA2 รุ่นล่าสุดนี้ ที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งก็แน่นอนครับ ขึ้นเหนือทั้งที งานนี้ MAZDA ตั้งใจโชว์สมรรถนะของเครื่องยนต์และระบบช่วงล่างบนทางขึ้นดอยแน่ ๆ และก็จริงอย่างที่คาด การทดสอบครั้งนี้เลือกใช้เส้นทางจากโรงแรมเลอเมอริเดียน เชียงราย วิ่งขึ้นสู่ดอยตุง ก่อนที่จะย้อนลงมาด้วยเส้นทางคดโค้งบนเขา ไปสู่ “หอฝิ่น” พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวตำนานและพิษร้ายของยาเสพติดที่เป็นสารตั้งต้น สู่ยาเสพติดร้ายแรงหลากหลายชนิดซึ่งตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับ “สามเหลี่ยมทองคำ” ก่อนที่จะย้อนกลับมายังโรงแรมฯ อีกครั้ง

          ในการทดสอบครั้งนี้เราได้พบกับเส้นทางที่หลากหลายรูปแบบ แต่หลัก ๆ คงเป็นเส้นทางขึ้น-ลงเขาสูง ซึ่งมีทั้งทางชันสุด ๆ โค้งหักศอกที่ต้องใช้เกียร์ต่ำถึงจะผ่านพ้นมาได้ ส่วนทางบนไฮเวย์ช่วงทางราบก็มีจังหวะให้ลอง “หวด” ให้รู้อัตราเร่งกันพอสมควร เอาล่ะครับ ไปดูกันดีกว่าว่าเราได้อะไรกลับมาบ้างจากการทดสอบครั้งนี้

ภายใน คนขับนั่งสบาย ทัศนะวิสัยดี

          ผมคงจะไม่เล่าอะไรกันมากนะครับกับรูปโฉมภายนอก เพราะคงเห็นกันอยู่แล้วว่าสวยเฉี่ยวเร้าใจกว่าเดิมเยอะเลยทีเดียว ส่วนภายในนั้นเมื่อเข้าประจำที่นั่งคนขับ ปรับนู๊น ปรับนี่ให้เหมาะกับร่างกายแล้ว ก็พบว่า MAZDA2 รุ่นนี้เป็นรถที่นั่งสบาย เบาะกระชับ ทัศนะวิสัยดี รถคันที่ผมทดสอบคันแรกเป็นรถตัวท็อปรุ่น 5 ประตู ซึ่งเจ้าตัวท็อปนี่ก็มีของเล่นมาให้หลายอย่างที่ช่วยเสริมความสะดวกสบายใน การใช้งานเช่น มาตรวัดกระจกสะท้อนที่โชว์ตัวเลขความเร็วอยู่บนคอนโซลหน้าเหนือพวงมาลัย ช่วยให้ไม่ต้องก้มหน้าลงมามอง ส่วนการควบคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็มีระบบ MZD CONNECT หน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว คู่กับสวิตช์ควบคุมแบบจอยสติ๊กที่คอนโซลกลางใกล้กับชุดเกียร์ดูไฮเทคเลยที เดียว

อัตราเร่ง สุดเร้าใจ เกียร์นุ่มนวล หนักแน่น

          เมื่อเริ่มต้นการขับขี่ ผมพอออกจากโรงแรม ขึ้นสู่ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ อัตราเร่งหนัก ๆ ตามสไตล์เครื่องยนต์ดีเซลก็โชว์สมรรถนะให้เห็นทันที ทุกครั้งที่กดคันเร่งลงไปรถก็จะพุ่งทะยานไปได้แบบทันใจ โดยเฉพาะในช่วงความเร็วใช้งาน 80-140 กิโลเมตร-ชั่วโมง เร่งแซงได้แบบไม่ต้องลุ้น รวมทั้งเมื่อแรงบิดสูงสุด 25.47 กิโลกรัม-เมตร ที่มาในรอบที่ค่อนข้างต่ำคือ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นช่วงปกติที่เราใช้งานกันอยู่แล้วยิ่งขับง่าย ขับสนุกส่วนความเร็วปลายนั้นแม้จะไม่ได้ทดสอบแบบสุดสปีดเนื่องจากสภาพเส้น ทางไม่อำนวย แต่ก็พบว่า 185 ยังเหลือ ส่วนเกียร์ SKY ACTIVE DRIVE 6 สปีดที่จับคู่มาให้ก็เปลี่ยนได้อย่างฉับไว และนุ่มนวลมาก แต่ในยามเร่งก็มีแอบดึงเล็ก ๆ พอเร้าใจ

ช่วงล่างใหม่แน่นหนึบ

          อย่างที่บอกไปแล้วว่าเส้นทางมีทั้งไฮเวย์ที่ใช้ความเร็วสูง กับทางบนเขาที่คดโค้ง ซึ่งช่วงล่างของ MAZDA2 ก็สอบผ่านได้อย่างไม่ยากเย็น การเปลี่ยนเลนเร็ว ๆ ไม่ทำให้รถเสียอาการ พวงมาลัยก็ทำงานประสานกันได้เป็นอย่างดี มีน้ำหนักพอเหมาะ ไม่หนัก และไม่เบาเกินไปทำให้ควบคุมรถได้แม่นยำ เมื่อเข้าสู่เส้นทางบนเขาช่วงขาขึ้นจะมีโค้งแคบ ๆ อยู่หลายโค้งที่อยู่บนทางลาดชัน มาถึงตรงนี้โหมดสปอร์ตของเกียร์ก็เข้ามารับช่วงได้เป็นอย่างดี เกียร์เปลี่ยนเร็วทันใจ แต่จะติดอยู่บ้างหากใช้ความเร็วสูงแล้วต้องการจะลดเกียร์กะทันหันบางจังหวะ เกียร์จะไม่ยอมลดลงให้ ซึ่งภายหลังได้ข้อมูลจากวิศวกรผู้ออกแบบว่าเป็นความต้องการให้เซฟชุดเกียร์ นั่นหมายถึงควรจะต้องลดความเร็วลงก่อนที่จะเปลี่ยนเกียร์ลง แต่เมื่อขับไปสักพักเมื่อจับจังหวะความเร็วได้ ก็ขับได้สบาย ๆ ช่วงล่างของ MAZDA2 รุ่นล่าสุดนี้ หากวิ่งบนทางเรียบในเมืองอาจจะดูกระด้างไปนิด แต่เมื่อใช้ความเร็วสูง หรือขับบนเขาแล้วล่ะก็ “สุดยอด” ซึ่งถ้าถามกันตรง ๆ ผมชอบช่วงล่างลักษณะนี้มากกว่าช่วงล่างนิ่ม ๆ ที่มักจะเสียอาการในเวลาขับเร็ว ๆ เสียอีกยิ่งพ่วงไว้ด้วยระบบช่วยการทรงตัว DSC-DYNAMIC STABILITY CONTROL, TCS-TRACTION CONTROL ก็ยิ่งไม่พบอาการเสียการทรงตัวเลยแม้สักโค้ง

สุดประหยัด ด้วยระบะทันสมัยไฮเทค

          ในการขับขี่คราวนี้ บอกตามตรงว่าขับแบบไม่ได้เน้นประหยัดแม้แต่นิดเดียว เร่งได้เป็นเร่ง แซงได้เป็นแซง ด้วยความเร็วเฉลี่ยประมาณ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับบนเขาก็ลากรอบกันแบบสุด ๆ แต่อัตราสิ้นเปลืองของรถคันที่ขับก็ยังได้อยู่ประมาณ 15 กิโลลิตร ซึ่งถือว่าดีเลยทีเดียว ส่วนข้อมูลที่ทางมาสด้าเคลมออกมาว่าดีที่สุดกับการใช้งานแบบเฉลี่ยอยู่ที่ 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร ทั้งนี้ก็มาจากเทคโนโลยีที่บรรจุเข้าไปเช่น iELOOP ที่ช่วยชาร์จไฟเข้าแบตฯในจังหวะการชลอรถหรือเบรกคล้ายระบบไฮบริด หรือระบบ iSTOP ที่ช่วยดับเครื่องเวลาหยุดรถติดไฟแดง ฯลฯ

          สรุปรวมแล้ว ALL NEW MAZDA2 เป็น รถที่น่าใช้มาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของสมรรถนะ หรือความประหยัด จะติดขัดอยู่บ้างก็ในเรื่องของขนาดตัวที่เล็กไปนิดเมื่อเทียบกับราคา เมื่อเทียบกับรถญี่ปุ่นด้วยกัน แต่หากเทียบกับรถยุโรปในสเปกใกล้เคียงกันก็ถือว่าไม่แพงนะครับ ดังนั้นถ้าคนที่ชอบรถเล็ก ๆ ที่คล่องตัว มีสมรรถนะดี ๆ โดยที่ไม่ติดขับเรื่องราคาแล้วล่ะก็ “จัดไป” ได้เลยครับ

Visitors: 455,730